ก่อนบินกลับกรุงเทพในช่วงเย็น เราแวะมากินมื้อเที่ยงที่ The Bvlgari Hotel มื้อนี้เลือกอาหารอิตาเลี่ยน หลังจากหนักอาหารจีนมาสี่วันติด
Il Ristorante – Niko Romito เปิดอยู่บนชั้น 47 ของ The Bvlgari Hotel ได้เชฟ Niko Romito เชฟ 3 ดาวมิชลินจากอิตาลีมากุมบังเหียน สูตรอาหาร รวมถึงจานชามที่ใช้ ล้วนอิมพอรต์ตรงมาจากอิตาลี ปัจจุบันร้านนี้ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน 6 ปีซ้อน




ขนมปังซาว์โดอบร้อนเสิร์ฟมาเป็นจานแรก จิ้มคู่กับน้ำมันมะกอกหอมละมุน ต่อด้วยพาสต้าซิกเนเจอร์ Spaghetti with Niko Romito’s signature tomato sauce (Y 300) ที่พนักงานแบ่งออกเป็นสองจานสำหรับเราคนละที่ จานนี้สมกับเป็นซิกเนเจอร์ของเชฟ เส้นสปาเก็ตตี้เนื้อแน่นดีดฟัน เข้ากับซอสมะเขือเทศรสจัดและหวานอมเปรี้ยว ถือเป็นการเปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจ


จานหลักเราสั่งมาคนละเมนู Crispy suckling pig with orange caramel sauce (Y 660) หมูหันฝรั่ง ราดด้วยซอสส้มคาราเมล และด้านล่างเสริมด้วยมันบดหอมกรุ่นกลิ่นเนย จานนี้อร่อยมาก หนังลูกหมูกรอบและฉ่ำลงตัว

ถัดมา Steamed seabass, lettuce and capers (Y 580) ปลากะพงขาวราดซอสโปรยด้วยผักกาดหอม เมนูนี้ให้พอผ่าน รสชาติบางไปหน่อย แต่เนื้อปลาแน่นและสดชื่นดี

ทุกจานหลักที่สั่งจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียง 2 อย่าง เราเลยได้เครื่องเคียงมา 4 จาน เต็มโต๊ะ แค่นี้ก็อิ่มจนกินขนมหวานไม่ไหวแล้ว แต่ทางร้านก็ยังมีขนมหวานล้างปาก petit four มาเสิร์ฟให้ปิดท้าย





สุดท้ายและก็เป็นไฮไลท์ที่ไม่ได้คาดหวัง ว่าเราจะได้โต๊ะมุม โต๊ะที่หลายคนแย่งกันจอง เพราะวิวของเซี่ยงไฮ้โอบล้อมเราเกือบจะ 180 องศา จากมุมนี้ทำให้เห็นแม่น้ำหวงผู่ที่ยิ่งใหญ่ แบ่งเซี่ยงไฮ้ออกเป็นสองส่วน โดยฝั่ง Pudong กลายเป็นหย่อมความเจริญที่มีตึกสูงของประเทศจีนตระหง่านอยู่จนเป็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ … ประทับใจมากค่ะ (The Bvlgari Hotel Shanghai ชั้น 47 เที่ยง 12.00 – 14.30 น. เย็น 18.00 – 22.00 น. ราคาเฉลี่ยคนละ 800 – 1,500 หยวน)

18 Sep 2026
0 Comments
Il Ristorante Niko Romito – Shanghai
ก่อนบินกลับกรุงเทพในช่วงเย็น เราแวะมากินมื้อเที่ยงที่ The Bvlgari Hotel มื้อนี้เลือกอาหารอิตาเลี่ยน หลังจากหนักอาหารจีนมาสี่วันติด
Il Ristorante – Niko Romito เปิดอยู่บนชั้น 47 ของ The Bvlgari Hotel ได้เชฟ Niko Romito เชฟ 3 ดาวมิชลินจากอิตาลีมากุมบังเหียน สูตรอาหาร รวมถึงจานชามที่ใช้ ล้วนอิมพอรต์ตรงมาจากอิตาลี ปัจจุบันร้านนี้ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน 6 ปีซ้อน
ขนมปังซาว์โดอบร้อนเสิร์ฟมาเป็นจานแรก จิ้มคู่กับน้ำมันมะกอกหอมละมุน ต่อด้วยพาสต้าซิกเนเจอร์ Spaghetti with Niko Romito’s signature tomato sauce (Y 300) ที่พนักงานแบ่งออกเป็นสองจานสำหรับเราคนละที่ จานนี้สมกับเป็นซิกเนเจอร์ของเชฟ เส้นสปาเก็ตตี้เนื้อแน่นดีดฟัน เข้ากับซอสมะเขือเทศรสจัดและหวานอมเปรี้ยว ถือเป็นการเปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจ
จานหลักเราสั่งมาคนละเมนู Crispy suckling pig with orange caramel sauce (Y 660) หมูหันฝรั่ง ราดด้วยซอสส้มคาราเมล และด้านล่างเสริมด้วยมันบดหอมกรุ่นกลิ่นเนย จานนี้อร่อยมาก หนังลูกหมูกรอบและฉ่ำลงตัว
ถัดมา Steamed seabass, lettuce and capers (Y 580) ปลากะพงขาวราดซอสโปรยด้วยผักกาดหอม เมนูนี้ให้พอผ่าน รสชาติบางไปหน่อย แต่เนื้อปลาแน่นและสดชื่นดี
ทุกจานหลักที่สั่งจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียง 2 อย่าง เราเลยได้เครื่องเคียงมา 4 จาน เต็มโต๊ะ แค่นี้ก็อิ่มจนกินขนมหวานไม่ไหวแล้ว แต่ทางร้านก็ยังมีขนมหวานล้างปาก petit four มาเสิร์ฟให้ปิดท้าย
สุดท้ายและก็เป็นไฮไลท์ที่ไม่ได้คาดหวัง ว่าเราจะได้โต๊ะมุม โต๊ะที่หลายคนแย่งกันจอง เพราะวิวของเซี่ยงไฮ้โอบล้อมเราเกือบจะ 180 องศา จากมุมนี้ทำให้เห็นแม่น้ำหวงผู่ที่ยิ่งใหญ่ แบ่งเซี่ยงไฮ้ออกเป็นสองส่วน โดยฝั่ง Pudong กลายเป็นหย่อมความเจริญที่มีตึกสูงของประเทศจีนตระหง่านอยู่จนเป็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ … ประทับใจมากค่ะ (The Bvlgari Hotel Shanghai ชั้น 47 เที่ยง 12.00 – 14.30 น. เย็น 18.00 – 22.00 น. ราคาเฉลี่ยคนละ 800 – 1,500 หยวน)
Related Posts: