บล๊อกเซี่ยงไฮ้ with MOM นี้ เขียนเพื่อให้คนที่อยากพาสูงวัยไปเที่ยวจีนรู้ว่า เซี่ยงไฮ้ก็ “wheelchair friendly” อยู่เหมือนกัน เผลอๆ อาจจะง่ายกว่าเข็นรถที่ญี่ปุ่นเสียด้วย เพราะทางเท้าที่จีนนั้นกว้างขวาง แถมมีตัวช่วย Didi Taxi ที่เรียกปุ๊ป มาปั้ป ยิ่งถ้าเลือก Didi Premium ยอมจ่ายแพงกว่าหน่อย จะได้รถคันใหญ่ คนขับสุภาพ ช่วยยกรถเข็น ประหยัดแรงไปได้โข
ทริปนี้เราเอารถเข็นแบบพับได้ไปเอง เริ่มซิ่งตั้งแต่สนามบิน ซึ่งได้รับความสะดวกสบายเข้าช่องพิเศษทั้งที่สุวรรณภูมิและผู่ตงเซี่ยงไฮ้ ขั้นตอนการฝากรถเข็นก่อนขึ้นเครื่องก็คล้ายกับรถเข็นเด็ก เจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นไปโหลดเก็บไว้ข้างเครื่อง และเมื่อลงจอด เราก็มารับรถเข็นด้านหน้าเครื่อง สะดวกสบาย และรวดเร็วทันใจ ใครสนใจพาสูงวัยไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ตามรอยของเราสองคนกันได้เลยค่ะ
วงเวียนลู่เจียจุ่ย Lujiazui (Day 1)
จุดเช็คอินแรกหลังจากเก็บกระเป๋าที่โรงแรม Intercontinental Pudong ก็คือทางเดินลอยฟ้า ที่เป็นสะพานวงกลม เชื่อมย่านการเงิน และแหล่งช้อปปิ้งของย่านPudong (ผู่ตง) ไว้ด้วยกัน จุดนี้เราจะได้เห็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ “หอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl Tower)” อย่างใกล้ชิด ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อน เราเคยมาถ่ายรูปเซลฟี่กัน 3 คน กับคุณตา คุณยาย และเราตรงทางเดินนี้ แต่วันนี้คุณตากลับสวรรค์แล้ว เราสองแม่ลูกเลยแวะมาระลึกความหลังในมุมเดิม พร้อมกับกวักมือชวนคุณตามาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยกันอีกครั้งค่ะ
ถ่ายรูปเสร็จ คุณยายรีบจ้ำอ้าวขึ้นบันไดเลื่อนมาหลบลมหนาวตัวเลขหนึ่งดิจิตใน Super Brand Mall ศูนย์การค้าใจกลางย่านการเงินของ Pudong ซึ่งบริหารโดยซีพี และมีธงชาติไทยติดทั่วห้าง เราแวะกินข้าวเย็น และเดินย่อยดูสินค้าของ Mini So เข้าไปช้อป White Rabbit ลูกอมกระต่ายขาว และแวะ Holliland แต่อดซื้อเพราะคิวยาวมากๆ คุณยายหญิงเริ่มง่วงแล้ว เลยตรงกลับโรงแรมพักผ่อนหนึ่งคืน ก่อนเริ่มสำรวจเซี่ยงไฮ้ในวันรุ่งขึ้น



เมื่อ 11 ปีก่อน เรามาถ่ายรูปกันตรงนี้ค่ะ



Wukang Mansion (Day 2)
เช้านี้เรียก Didi Taxi จากแอพ Alipay ไปยัง Wukang Mansion แท็กซี่พรีเมี่ยมคันนี้หลังคาเป็นกระจก แทบจะโปร่งแสงเกือบทั้งคัน คุณยายตื่นเต้นเพราะเพิ่งเคยนั่งรถไฟฟ้าจีนเป็นครั้งแรก ค่าแท็กซี่พรีเมี่ยมจากย่าน Pudong ไปยัง Wukang Mansion ประมาณ 40-60 หยวน หรือ 180 – 270 บาท ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ค่าแท็กซี่จากฝั่ง Pudong ไปยังฝั่ง The Bund จะสูงกว่าเดินทางในฝั่งเดียวกัน เพราะระยะทางไกลและต้องลอดอุโมงค์ใต้ดินค่ะ
ประมาณสิบโมงเช้าเราก็มาถึง Wukang Mansion นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะคงเพราะเป็นวันอาทิตย์ กว่าครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย เราจูงมือคุณยายข้ามถนนไปดู Wukang Mansion แบบเต็มตา อาคารเก่าแห่งนี้ ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน ทรงสามเหลี่ยม เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรม Art Deco ในเซี่ยงไฮ้ที่ยังอนุรักษ์ไว้ ย้อนให้ค้นลึกลงไปว่า หลังจากสงครามฝิ่นจบลง ด้วยการพ่ายแพ้ของจีน ฝรั่งเศสจึงได้สัมปทาน 100 ปี ในบางพื้นที่ของเซี่ยงไฮ้ ก่อเกิดเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมจากโลกตะวันตก ส่งผลให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ด้วย 2 สถาปัตยกรรมดังในปัจจุบัน
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ คุณยายแวะไปดูร้านขายของที่ระลึกของ Wukang Mansion ที่ตั้งอยู่ใต้ตึก ดีไซน์และกราฟฟิกน่ารักมากๆ ลายเส้นคิวท์สไตล์ญี่ปุ่นผสมเกาหลี มุมถ่ายรูปก็มี เราได้กระเป๋าช้อปปิ้งลายเส้น Wukang Mansion ในราคา 119 หยวนติดมือกลับมาด้วย









Anfu Road (Day 2)
Anfu Road อยู่ใกล้กับ Wukang Mansion เราเลยจัดทริปให้คู่กัน นั่งแท็กซี่ประมาณ 5-7 นาทีเท่านั้น ก็จะเจอกับแยกหัวถนน Anfu Road ที่มี RAC Coffee & Bar ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไทย
วันนี้มี Sunday Market ให้เดินเล่นด้วย จากนั้นก็ไปช้อปปิ้ง Addidas เซี่ยงไฮ้ ดูเครื่องสำอางที่ Harmay และชมคิวยาวเหยียดของคาเฟ่หมีเกาะแก้ว จริงๆแล้ว ถนน Anfu Road ยังเดินได้อีกไกล มีร้านน่าสนใจ และคาเฟ่มากมาย แต่มากับสูงวัย เราเลือกเที่ยวเฉพาะจุด ตรงไหนที่เดินหรือเข็นรถยาก ถนนขรุขระ ก็เลี่ยงซะ








The Louis และ Starbucks Reserve Roastery (Day 2)
เรือสำราญลำนี้มาจอดที่เซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ปี 2025 และก็กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหราของเมือง ภายในเรือมีนิทรรศการ Visionary Journeysและ Le Café Louis Vuitton ซึ่งต้องจองล่วงหน้า เราเลยเดินถ่ายรูปสนุกๆรอบเรือกับคุณยาย และภาพสุดท้ายให้ช่างภาพจีนถ่ายให้ เก็บภาพของเราทั้ง 3 คน ในราคาภาพละ 40 หยวน
อีกหนึ่งแลนด์มาร์คใกล้กับเรือหลุยส์ หลายคนต้องแวะ Starbucks Reserve Roastery ที่เคยเป็นสาขาใหญ่ที่สุดของโลก (ตอนนี้ตกไปอยู่อันดับ 3) เราตั้งใจจะไปนั่งจิบกาแฟชิลๆ แต่เดินเข้าไปแล้วก็ชิลไม่ลง เพราะพี่สาวจีนเยอะมาก กรุ๊ปทัวร์ลงอีกต่างหาก ที่นั่งแทบจะไม่มี เดินชมยังยาก เลยได้แค่ถ่ายรูปไม่กี่ภาพและก็กลับโรงแรมให้คุณยายพักผ่อนในช่วงบ่าย (ปล. เราไปวันอาทิตย์บ่าย คนเลยเยอะค่ะ ถ้าเป็นวันธรรมดา คนน้อยกว่านี้)





Jing’an Sculpture Park (Day 3)
สวนประติมากรรมจิงอัน ไม่ได้อยู่ในแผนเที่ยวของเรา แต่พอเพจเที่ยวเซี่ยงไฮ้ประกาศว่า ดอกซากุระบานแล้ว เลยชวนคุณยายหญิงไปเดินเล่นชมซากุระ เข็นรถพาชมทั่วสวนที่มีขนาดกะทัดรัด ไปยังสวนดอกทิวลิป ที่บานในช่วงนี้เหมือนกัน พร้อมถ่ายรูปกับงานประติมากรรมที่จัดวางไว้รอบๆสวน วันนี้อากาศดีมาก ฟ้าใส ครอบครัวชาวจีนพาลูกเล็กเด็กแดงออกมารับไออุ่น ถือเป็นชีวิตที่ดีในเมืองใหญ่ของจีนค่ะ










Nanjing Road (Day 3)
ถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของเซี่ยงไฮ้ ที่มี walking street ขนาดใหญ่ผ่าตรงกลางถนน เราเริ่มต้นที่สถานทีรถไฟฟ้า East Nanjing Road เข็นรถยาว 1.5 กิโลเมตรมาจบที่ People’s Square คุณยายหญิงตื่นตาตื่นใจกับคาแรกเตอร์ของ Pop Mart และความยิ่งใหญ่ของ Mini So นอกจากนั้นยังมีร้านขายของท้องถิ่น เช่น เสื้อหนาวแคชเมียร์ ผ้าไหมจีน และร้านของฝาก พวกบ๊วย และถั่ว เราใช้เวลาช้อปถนนนานจิงนานเกือบ 2-3 ชั่วโมงเลยค่ะ ร้านอาหารอร่อยในซอยข้างๆก็เยอะ ครั้งหน้าถ้ามาเซี่ยงไฮ้ ก็จะพักแถวๆถนนนานจิงนี่แหล่ะ สะดวกสบายดีค่ะ



North Bund (Day 4)
วันที่ 4 ของทริป เราเช่ารถตู้จากเพจ “เจนนี่ชอบเที่ยว Jenny’s Journey” www.facebook.com/jennychobteaw/ ให้พาเราท่องเซี่ยงไฮ้ทั้งวัน ในราคาประมาณ 5,250 บาท นอกจากนี้เจนนี่ยังช่วยวางแผนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ จองร้านอาหาร และคุยกับคนขับรถให้เรา แพลนเที่ยวถึงจะแน่นเอี๊ยด แต่กลับไม่เหนื่อยเท่าไหร่ เพราะมีรถรับส่งทุกจุด ซื้อของเยอะก็ฝากถุงไว้ในรถได้ คนขับสุภาพช่วยยกรถเข็นให้ตลอดทริป ทำให้เราเที่ยวเซี่ยงไฮ้ได้ถึง 6 แห่งภายใน 8 ชั่วโมงค่ะ
จุดเช็คอินแรกอยู่ที่ North Bund สวนสาธารณะริมแม่น้ำหวงผู่ ที่มี Silver Egg ไข่สีเงินลูกใหญ่สะท้อนกับแสงแดด โดยมีภาพของหอไข่มุกตะวันออกและตึกสูงของฝั่ง Pudong อยู่ด้านหลัง หลายคนเลยนิยามภาพนี้ว่าเหมือนโลกอนาคตของฉากหนังไซไฟ คิวถ่ายรูปเช้านี้สั้น นักท่องเที่ยวคนไทยที่รอคิวช่วยถ่ายรูปให้เราสองแม่ลูกค่ะ (จากทางเข้าสวน จุดจอดรถ เดินประมาณ 50 – 100 เมตรเท่านั้น คุณแม่เดินเองไม่ต้องใช้รถเข็นค่ะ)





Xintiandi (Day 4)
ซินเทียนตี้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่แบรนด์มีชื่อเสียงต่างๆจับจองพื้นที่เปิดร้านภายในตึกอิฐโบราณ สไตล์ชิคูเหมิน (Shikumen) ที่เป็นเอกลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ เมื่อ 11 ปีก่อนเราเคยพาคุณแม่มาเที่ยวซินเทียนตี้แล้ว แต่คุณแม่จำไม่ได้ เลยเหมือนมาเที่ยวใหม่ เราเข็นรถพาชมไปทั่วๆ หยุดช้อปปิ้งรองเท้า On ดูเครื่องสำอาง และเข้า Xintiandi Style ไปซื้อเบเกอร์รี่อร่อย ก่อนจะกินมื้อเที่ยงที่ติ่มซำร้านดังของซินเทียนตี้ค่ะ
Tian An 1000 Trees (Day 4)
หนึ่งในแลนด์มาร์คของเซี่ยงไฮ้ต้องมีชื่อของอาคารต้นไม้พันต้น หรือ Tian An 1000 Trees อาคารนี้เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ออกแบบคล้ายป่าไม้อยู่บนอาคาร โดยสถาปนิกชาวอังกฤษ Thomas Heatherwick ที่จำลองภูเขาหวงซานมาสร้างเป็นตึกต้นไม้พันต้น จุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวไปเก็บภาพอยู่บนสะพานข้างๆศูนย์การค้าและฝั่งตรงข้าม แต่ระยะทางจากศูนย์ไปจุดถ่ายรูปค่อนข้างไกล คุณยายเดินไม่สะดวก เราเลยถ่ายรูปแค่ด้านหน้า ภาพอาจจะไม่สวยปัง แต่ก็ได้เห็นความยิ่งใหญ่ และความตั้งใจของสถาปนิกแล้วหล่ะ




Jade Buddha Temple (Day 4)
Jade Buddha Temple หรือวัดพระหยกขาว เป็นวัดที่ชาวเซี่ยงไฮ้ศรัทธา และยังเป็นวัดที่หลายคนมาแก้ปีชง ภายในวัดมีทั้งเจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูป และพระหยกขาวที่อัญเชิญมาจากพม่าให้เราสักการะ คุณแม่ศรัทธามาก เดินไหว้เกือบทุกองค์ และขอถ่ายรูปกับพระหยกขาวปางไสยาสน์ที่สวยงามเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต (ภายในวัดไม่เหมาะกับรถเข็นค่ะ เพราะแต่ละศาลามีบันไดขึ้นลงหลายขั้น)






Gate M (Day 4)
ถัดจากวัดหยกขาว เราขับรถออกมานอกเมืองประมาณ 20-30 นาที เพื่อมาเดินเล่นที่ Gate M คอมมูนิตี้มอลล์ริมแม่น้ำแห่งใหม่ของเซี่ยงไฮ้ ดินแดนที่หลายคนบอกว่าเป็นรันเวย์ของสัตว์เลี้ยง เจ้าของจะพาหมามาเดินเล่น ช้อปปิ้งและแวะคาเฟ่ ส่วนเราตั้งใจมา Tagi Flagship Store ซื้อสินค้าของแบรนด์ที่เป็นหมาพันธ์ Wire Fox Terrier พันธ์เดียวกับเจ้าเลม่อน Fox จอมแสบของครอบครัว จากนั้นก็เข็นรถพาคุณแม่ชมไปรอบๆ Gate M ดูไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นเซี่ยงไฮ้ ในวันอากาศดีค่ะ












ตลาด 100 ปี Yuyuan Chenghuangmiao (Day 4)
สต๊อปสุดท้ายของวัน อยู่ที่ตลาดร้อยปีด้านหน้าของสวน Yuyuan เราเคยพาคุณแม่ชมสวนด้านในแล้ว รอบนี้เลยแวะมาเดินเล่นที่ตลาดด้านหน้าเท่านั้น ตลาดร้อยปีแห่งนี้ ตั้งอยู่ในบ้านไม้สไตล์จีน สินค้าที่ขายมีทั้งอาหาร และของฝาก คุณแม่ได้เสื้อหนาวสีม่วงแบรนด์จีนติดมือมาหนึ่งชุด กับบ๊วยจีนอร่อยๆอีกหนึ่งถุง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากินเสี่ยวหลงเปายักษ์ชื่อดัง และเข้าชมสวน Yuyuan ที่สวยงามด้านในค่ะ ส่วนเราแวะซื้ออาหารจีนร้านอร่อย Xiao Diao Li Tang กลับไปกินที่โรงแรม เพราะคุณแม่เริ่มเหนื่อยเลยขอดินเนอร์มื้อเย็นที่โรงแรมกันคืนนี้ ถือเป็นการจบทริปเซี่ยงไฮ้ with MOM 5 วัน 4 คืนของเราด้วยรอยยิ้ม บล็อกถัดไปจะแนะนำร้านอาหารและคาเฟ่ให้ตามรอยกันค่ะ





18 Mar 2026
0 Comments
เซี่ยงไฮ้ with MOM
บล๊อกเซี่ยงไฮ้ with MOM นี้ เขียนเพื่อให้คนที่อยากพาสูงวัยไปเที่ยวจีนรู้ว่า เซี่ยงไฮ้ก็ “wheelchair friendly” อยู่เหมือนกัน เผลอๆ อาจจะง่ายกว่าเข็นรถที่ญี่ปุ่นเสียด้วย เพราะทางเท้าที่จีนนั้นกว้างขวาง แถมมีตัวช่วย Didi Taxi ที่เรียกปุ๊ป มาปั้ป ยิ่งถ้าเลือก Didi Premium ยอมจ่ายแพงกว่าหน่อย จะได้รถคันใหญ่ คนขับสุภาพ ช่วยยกรถเข็น ประหยัดแรงไปได้โข
ทริปนี้เราเอารถเข็นแบบพับได้ไปเอง เริ่มซิ่งตั้งแต่สนามบิน ซึ่งได้รับความสะดวกสบายเข้าช่องพิเศษทั้งที่สุวรรณภูมิและผู่ตงเซี่ยงไฮ้ ขั้นตอนการฝากรถเข็นก่อนขึ้นเครื่องก็คล้ายกับรถเข็นเด็ก เจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นไปโหลดเก็บไว้ข้างเครื่อง และเมื่อลงจอด เราก็มารับรถเข็นด้านหน้าเครื่อง สะดวกสบาย และรวดเร็วทันใจ ใครสนใจพาสูงวัยไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ตามรอยของเราสองคนกันได้เลยค่ะ
วงเวียนลู่เจียจุ่ย Lujiazui (Day 1)
จุดเช็คอินแรกหลังจากเก็บกระเป๋าที่โรงแรม Intercontinental Pudong ก็คือทางเดินลอยฟ้า ที่เป็นสะพานวงกลม เชื่อมย่านการเงิน และแหล่งช้อปปิ้งของย่านPudong (ผู่ตง) ไว้ด้วยกัน จุดนี้เราจะได้เห็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ “หอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl Tower)” อย่างใกล้ชิด ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อน เราเคยมาถ่ายรูปเซลฟี่กัน 3 คน กับคุณตา คุณยาย และเราตรงทางเดินนี้ แต่วันนี้คุณตากลับสวรรค์แล้ว เราสองแม่ลูกเลยแวะมาระลึกความหลังในมุมเดิม พร้อมกับกวักมือชวนคุณตามาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยกันอีกครั้งค่ะ
ถ่ายรูปเสร็จ คุณยายรีบจ้ำอ้าวขึ้นบันไดเลื่อนมาหลบลมหนาวตัวเลขหนึ่งดิจิตใน Super Brand Mall ศูนย์การค้าใจกลางย่านการเงินของ Pudong ซึ่งบริหารโดยซีพี และมีธงชาติไทยติดทั่วห้าง เราแวะกินข้าวเย็น และเดินย่อยดูสินค้าของ Mini So เข้าไปช้อป White Rabbit ลูกอมกระต่ายขาว และแวะ Holliland แต่อดซื้อเพราะคิวยาวมากๆ คุณยายหญิงเริ่มง่วงแล้ว เลยตรงกลับโรงแรมพักผ่อนหนึ่งคืน ก่อนเริ่มสำรวจเซี่ยงไฮ้ในวันรุ่งขึ้น
เมื่อ 11 ปีก่อน เรามาถ่ายรูปกันตรงนี้ค่ะ
Wukang Mansion (Day 2)
เช้านี้เรียก Didi Taxi จากแอพ Alipay ไปยัง Wukang Mansion แท็กซี่พรีเมี่ยมคันนี้หลังคาเป็นกระจก แทบจะโปร่งแสงเกือบทั้งคัน คุณยายตื่นเต้นเพราะเพิ่งเคยนั่งรถไฟฟ้าจีนเป็นครั้งแรก ค่าแท็กซี่พรีเมี่ยมจากย่าน Pudong ไปยัง Wukang Mansion ประมาณ 40-60 หยวน หรือ 180 – 270 บาท ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ค่าแท็กซี่จากฝั่ง Pudong ไปยังฝั่ง The Bund จะสูงกว่าเดินทางในฝั่งเดียวกัน เพราะระยะทางไกลและต้องลอดอุโมงค์ใต้ดินค่ะ
ประมาณสิบโมงเช้าเราก็มาถึง Wukang Mansion นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะคงเพราะเป็นวันอาทิตย์ กว่าครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย เราจูงมือคุณยายข้ามถนนไปดู Wukang Mansion แบบเต็มตา อาคารเก่าแห่งนี้ ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน ทรงสามเหลี่ยม เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรม Art Deco ในเซี่ยงไฮ้ที่ยังอนุรักษ์ไว้ ย้อนให้ค้นลึกลงไปว่า หลังจากสงครามฝิ่นจบลง ด้วยการพ่ายแพ้ของจีน ฝรั่งเศสจึงได้สัมปทาน 100 ปี ในบางพื้นที่ของเซี่ยงไฮ้ ก่อเกิดเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมจากโลกตะวันตก ส่งผลให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ด้วย 2 สถาปัตยกรรมดังในปัจจุบัน
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ คุณยายแวะไปดูร้านขายของที่ระลึกของ Wukang Mansion ที่ตั้งอยู่ใต้ตึก ดีไซน์และกราฟฟิกน่ารักมากๆ ลายเส้นคิวท์สไตล์ญี่ปุ่นผสมเกาหลี มุมถ่ายรูปก็มี เราได้กระเป๋าช้อปปิ้งลายเส้น Wukang Mansion ในราคา 119 หยวนติดมือกลับมาด้วย
Anfu Road (Day 2)
Anfu Road อยู่ใกล้กับ Wukang Mansion เราเลยจัดทริปให้คู่กัน นั่งแท็กซี่ประมาณ 5-7 นาทีเท่านั้น ก็จะเจอกับแยกหัวถนน Anfu Road ที่มี RAC Coffee & Bar ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไทย
วันนี้มี Sunday Market ให้เดินเล่นด้วย จากนั้นก็ไปช้อปปิ้ง Addidas เซี่ยงไฮ้ ดูเครื่องสำอางที่ Harmay และชมคิวยาวเหยียดของคาเฟ่หมีเกาะแก้ว จริงๆแล้ว ถนน Anfu Road ยังเดินได้อีกไกล มีร้านน่าสนใจ และคาเฟ่มากมาย แต่มากับสูงวัย เราเลือกเที่ยวเฉพาะจุด ตรงไหนที่เดินหรือเข็นรถยาก ถนนขรุขระ ก็เลี่ยงซะ
The Louis และ Starbucks Reserve Roastery (Day 2)
เรือสำราญลำนี้มาจอดที่เซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ปี 2025 และก็กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหราของเมือง ภายในเรือมีนิทรรศการ Visionary Journeysและ Le Café Louis Vuitton ซึ่งต้องจองล่วงหน้า เราเลยเดินถ่ายรูปสนุกๆรอบเรือกับคุณยาย และภาพสุดท้ายให้ช่างภาพจีนถ่ายให้ เก็บภาพของเราทั้ง 3 คน ในราคาภาพละ 40 หยวน
อีกหนึ่งแลนด์มาร์คใกล้กับเรือหลุยส์ หลายคนต้องแวะ Starbucks Reserve Roastery ที่เคยเป็นสาขาใหญ่ที่สุดของโลก (ตอนนี้ตกไปอยู่อันดับ 3) เราตั้งใจจะไปนั่งจิบกาแฟชิลๆ แต่เดินเข้าไปแล้วก็ชิลไม่ลง เพราะพี่สาวจีนเยอะมาก กรุ๊ปทัวร์ลงอีกต่างหาก ที่นั่งแทบจะไม่มี เดินชมยังยาก เลยได้แค่ถ่ายรูปไม่กี่ภาพและก็กลับโรงแรมให้คุณยายพักผ่อนในช่วงบ่าย (ปล. เราไปวันอาทิตย์บ่าย คนเลยเยอะค่ะ ถ้าเป็นวันธรรมดา คนน้อยกว่านี้)
Jing’an Sculpture Park (Day 3)
สวนประติมากรรมจิงอัน ไม่ได้อยู่ในแผนเที่ยวของเรา แต่พอเพจเที่ยวเซี่ยงไฮ้ประกาศว่า ดอกซากุระบานแล้ว เลยชวนคุณยายหญิงไปเดินเล่นชมซากุระ เข็นรถพาชมทั่วสวนที่มีขนาดกะทัดรัด ไปยังสวนดอกทิวลิป ที่บานในช่วงนี้เหมือนกัน พร้อมถ่ายรูปกับงานประติมากรรมที่จัดวางไว้รอบๆสวน วันนี้อากาศดีมาก ฟ้าใส ครอบครัวชาวจีนพาลูกเล็กเด็กแดงออกมารับไออุ่น ถือเป็นชีวิตที่ดีในเมืองใหญ่ของจีนค่ะ
Nanjing Road (Day 3)
ถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของเซี่ยงไฮ้ ที่มี walking street ขนาดใหญ่ผ่าตรงกลางถนน เราเริ่มต้นที่สถานทีรถไฟฟ้า East Nanjing Road เข็นรถยาว 1.5 กิโลเมตรมาจบที่ People’s Square คุณยายหญิงตื่นตาตื่นใจกับคาแรกเตอร์ของ Pop Mart และความยิ่งใหญ่ของ Mini So นอกจากนั้นยังมีร้านขายของท้องถิ่น เช่น เสื้อหนาวแคชเมียร์ ผ้าไหมจีน และร้านของฝาก พวกบ๊วย และถั่ว เราใช้เวลาช้อปถนนนานจิงนานเกือบ 2-3 ชั่วโมงเลยค่ะ ร้านอาหารอร่อยในซอยข้างๆก็เยอะ ครั้งหน้าถ้ามาเซี่ยงไฮ้ ก็จะพักแถวๆถนนนานจิงนี่แหล่ะ สะดวกสบายดีค่ะ
North Bund (Day 4)
วันที่ 4 ของทริป เราเช่ารถตู้จากเพจ “เจนนี่ชอบเที่ยว Jenny’s Journey” www.facebook.com/jennychobteaw/ ให้พาเราท่องเซี่ยงไฮ้ทั้งวัน ในราคาประมาณ 5,250 บาท นอกจากนี้เจนนี่ยังช่วยวางแผนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ จองร้านอาหาร และคุยกับคนขับรถให้เรา แพลนเที่ยวถึงจะแน่นเอี๊ยด แต่กลับไม่เหนื่อยเท่าไหร่ เพราะมีรถรับส่งทุกจุด ซื้อของเยอะก็ฝากถุงไว้ในรถได้ คนขับสุภาพช่วยยกรถเข็นให้ตลอดทริป ทำให้เราเที่ยวเซี่ยงไฮ้ได้ถึง 6 แห่งภายใน 8 ชั่วโมงค่ะ
จุดเช็คอินแรกอยู่ที่ North Bund สวนสาธารณะริมแม่น้ำหวงผู่ ที่มี Silver Egg ไข่สีเงินลูกใหญ่สะท้อนกับแสงแดด โดยมีภาพของหอไข่มุกตะวันออกและตึกสูงของฝั่ง Pudong อยู่ด้านหลัง หลายคนเลยนิยามภาพนี้ว่าเหมือนโลกอนาคตของฉากหนังไซไฟ คิวถ่ายรูปเช้านี้สั้น นักท่องเที่ยวคนไทยที่รอคิวช่วยถ่ายรูปให้เราสองแม่ลูกค่ะ (จากทางเข้าสวน จุดจอดรถ เดินประมาณ 50 – 100 เมตรเท่านั้น คุณแม่เดินเองไม่ต้องใช้รถเข็นค่ะ)
Xintiandi (Day 4)
ซินเทียนตี้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่แบรนด์มีชื่อเสียงต่างๆจับจองพื้นที่เปิดร้านภายในตึกอิฐโบราณ สไตล์ชิคูเหมิน (Shikumen) ที่เป็นเอกลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ เมื่อ 11 ปีก่อนเราเคยพาคุณแม่มาเที่ยวซินเทียนตี้แล้ว แต่คุณแม่จำไม่ได้ เลยเหมือนมาเที่ยวใหม่ เราเข็นรถพาชมไปทั่วๆ หยุดช้อปปิ้งรองเท้า On ดูเครื่องสำอาง และเข้า Xintiandi Style ไปซื้อเบเกอร์รี่อร่อย ก่อนจะกินมื้อเที่ยงที่ติ่มซำร้านดังของซินเทียนตี้ค่ะ
Tian An 1000 Trees (Day 4)
หนึ่งในแลนด์มาร์คของเซี่ยงไฮ้ต้องมีชื่อของอาคารต้นไม้พันต้น หรือ Tian An 1000 Trees อาคารนี้เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ออกแบบคล้ายป่าไม้อยู่บนอาคาร โดยสถาปนิกชาวอังกฤษ Thomas Heatherwick ที่จำลองภูเขาหวงซานมาสร้างเป็นตึกต้นไม้พันต้น จุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวไปเก็บภาพอยู่บนสะพานข้างๆศูนย์การค้าและฝั่งตรงข้าม แต่ระยะทางจากศูนย์ไปจุดถ่ายรูปค่อนข้างไกล คุณยายเดินไม่สะดวก เราเลยถ่ายรูปแค่ด้านหน้า ภาพอาจจะไม่สวยปัง แต่ก็ได้เห็นความยิ่งใหญ่ และความตั้งใจของสถาปนิกแล้วหล่ะ
Jade Buddha Temple (Day 4)
Jade Buddha Temple หรือวัดพระหยกขาว เป็นวัดที่ชาวเซี่ยงไฮ้ศรัทธา และยังเป็นวัดที่หลายคนมาแก้ปีชง ภายในวัดมีทั้งเจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูป และพระหยกขาวที่อัญเชิญมาจากพม่าให้เราสักการะ คุณแม่ศรัทธามาก เดินไหว้เกือบทุกองค์ และขอถ่ายรูปกับพระหยกขาวปางไสยาสน์ที่สวยงามเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต (ภายในวัดไม่เหมาะกับรถเข็นค่ะ เพราะแต่ละศาลามีบันไดขึ้นลงหลายขั้น)
Gate M (Day 4)
ถัดจากวัดหยกขาว เราขับรถออกมานอกเมืองประมาณ 20-30 นาที เพื่อมาเดินเล่นที่ Gate M คอมมูนิตี้มอลล์ริมแม่น้ำแห่งใหม่ของเซี่ยงไฮ้ ดินแดนที่หลายคนบอกว่าเป็นรันเวย์ของสัตว์เลี้ยง เจ้าของจะพาหมามาเดินเล่น ช้อปปิ้งและแวะคาเฟ่ ส่วนเราตั้งใจมา Tagi Flagship Store ซื้อสินค้าของแบรนด์ที่เป็นหมาพันธ์ Wire Fox Terrier พันธ์เดียวกับเจ้าเลม่อน Fox จอมแสบของครอบครัว จากนั้นก็เข็นรถพาคุณแม่ชมไปรอบๆ Gate M ดูไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นเซี่ยงไฮ้ ในวันอากาศดีค่ะ
ตลาด 100 ปี Yuyuan Chenghuangmiao (Day 4)
สต๊อปสุดท้ายของวัน อยู่ที่ตลาดร้อยปีด้านหน้าของสวน Yuyuan เราเคยพาคุณแม่ชมสวนด้านในแล้ว รอบนี้เลยแวะมาเดินเล่นที่ตลาดด้านหน้าเท่านั้น ตลาดร้อยปีแห่งนี้ ตั้งอยู่ในบ้านไม้สไตล์จีน สินค้าที่ขายมีทั้งอาหาร และของฝาก คุณแม่ได้เสื้อหนาวสีม่วงแบรนด์จีนติดมือมาหนึ่งชุด กับบ๊วยจีนอร่อยๆอีกหนึ่งถุง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากินเสี่ยวหลงเปายักษ์ชื่อดัง และเข้าชมสวน Yuyuan ที่สวยงามด้านในค่ะ ส่วนเราแวะซื้ออาหารจีนร้านอร่อย Xiao Diao Li Tang กลับไปกินที่โรงแรม เพราะคุณแม่เริ่มเหนื่อยเลยขอดินเนอร์มื้อเย็นที่โรงแรมกันคืนนี้ ถือเป็นการจบทริปเซี่ยงไฮ้ with MOM 5 วัน 4 คืนของเราด้วยรอยยิ้ม บล็อกถัดไปจะแนะนำร้านอาหารและคาเฟ่ให้ตามรอยกันค่ะ
Related Posts: