เซี่ยงไฮ้ทริปนี้คุณยายยอมจองตั๋วไปเที่ยวกับเรา ลูกสาวคนดีเลยพยายามสรรหาร้านอร่อยมาให้คุณยายได้ชิม เลือกร้านที่เดินทางง่าย จองง่าย ไม่แออัด ตลอด 5 วัน จบลงที่ 12 ร้าน ครบเครื่องทั้งคาว และหวาน ตามลิสต์นี้เลยยยยค่ะ

Southside Story
ร้านเป็ดปักกิ่งหนังกรอบในศูนย์การค้า Superbrand Mall เป็นร้านที่เลือกมาบรรณาการคุณยายหญิง ผู้รักเป็ดปักกิ่งยิ่งชีพ Southside Story ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของ Superbrand Mall ที่กลุ่มซีพีของคนไทยเป็นเจ้าของ ในใจกลางย่านการเงินฝั่ง Pudong ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก เราเลยให้โรงแรมจองโต๊ะสำหรับดินเนอร์คืนนี้
โต๊ะที่จองกลายเป็นห้องไพรเวท หรูหรา และเป็นส่วนตัว เจ้าเป็ดปักกิ่งตัวนี้เป็นเมนูแรกที่เสิร์ฟ เชฟแล่หนังออกมา 3 จาน เริ่มด้วยจานแรกหนังกรอบกริบ เอาไว้จิ้มกับน้ำตาลและลูกอมป๊อปที่แตกในปาก จานสองและสามเป็นหนังติดเนื้อเป็ด เอาไว้ห่อกับแป้ง ราดด้วยน้ำจิ้มหวานและผักเคียง เหมือนกับเป็ดปักกิ่งที่พวกเราคุ้นเคย
ถัดมาเป็นปลาทอดกรอบด้วยซอสพริก เมนูนี้ลุงบอกว่าดัง เนื้อปลากรอบกริบ ทอดได้ไร้เทียมทานจริงๆ กินคู่กับข้าวสวย อร่อยมากๆ
โชคดีที่เราสั่งสลัดแตงกวามาตัดเลี่ยน แตงกวาจีนยาวเหมือนงู ลีลาตัดไม่เบาเลย ส่วนจานสุดท้ายเป็นกระดูกและเนื้อเป็ดที่เหลือ เอาไปทอดกับพริกกับเกลือ รสชาติอุมามิ แต่จานนี้เค็มไปหน่อย ขอบาย
Southside Story เป็นร้านที่พวกเราประทับใจ อร่อย รสชาติดี และคิวไม่ยาวเหมือนร้านดังๆ ราคาอาหารก็ดี ทั้งหมดนี้ประมาณ 530 หยวน หรือ 2,400 บาท ถูกกว่าฮ่องกง และหลายร้านของบ้านเรา
ใครสนใจมากินที่นี่ แนะนำให้มาคู่กับวงเวียนลู่เจียจุ่ย ถ่ายรูปกับหอไข่มุกเสร็จ ก็แวะมากินเป็ดปักกิ่งอร่อยๆกันต่อเลยค่ะ (ชั้น 3 Superbrand Mall)

Sui Tang Li
มาถึงบ้านเกิดของติ่มซำทั้งที เราเลยบรรจงเลือกร้านเพื่อให้คุณยายและลุงได้ชิมของอร่อยที่ Sui Tang Li ติ่มซำฟิวชั่น แต่รสชาติต้นตำรับของเชฟ Tony Ye
เสี่ยวหลงเปาเป็นเมนู A Must ของเซี่ยงไฮ้ เชฟก็หยิบมาผสมกับหมูไอเบอร์ริโก้ของเสปน วาดลวดลายของเสี่ยงหลงเปาให้สวยงามด้วยสีแดงขาวคล้ายลายหินอ่อน กินคู่กับขนมจีบไส้ไข่นกกระทาครีมมี่ ปอเปี๊ยะทอดแป้งบาง และซาลาเปาไส้ครีมลาวา อร่อยถูกใจเรามาก
ต่อด้วยข้าวต้มกุ้งรสกลมกล่อม ที่ใส่ข้าวพองให้พอกรุบกริบ เมนูโปรดของเราที่ซดแล้วอุ่นท้องในที่วันอากาศต่ำกว่าสิบองศา
ก่อนจะปิดท้ายด้วย Mango Pomelo Sago ขนมหวานดัง ในรูปร่างของไข่ไก่ เมื่อตีเปลือกแตก คลุกไส้ข้างในเข้าด้วยกัน ก็จะได้รสชาติของมะม่วง ส้มโอ เหมือนกับต้นตำรับไม่ผิดเพี้ยน ร้านนี้ถูกจริตเราที่สุด
Sui Tang Li ตั้งอยู่ที่ The Middle House Residence ด้านข้างของศูนย์การค้าที่มี The Louis อยู่ด้านหน้า ร้านนี้อาจจะหายากหน่อย แนะให้เดินตาม A Map มาด้านข้างของศูนย์การค้า ก็จะเจอตึกสูงคล้ายกับคอนโดค่ะ
สำหรับการจอง ก็ไม่ยากเลย อีเมล์ภาษาอังกฤษตรงมาที่ร้าน มีพนักงานตอบรับเป็นอย่างดี แนะนำให้จองมา เพราะคนเยอะอยู่เหมือนกัน โดนเฉพาะช่วงวันหยุด (ที่ตั้ง 2F, The Middle House Residences, 366 Shimen Yi Road, Jingan, Shanghai ราคา 572 หยวน)

Xie San Bao
เพิ่งรู้จริงๆว่า คนไทยมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ล้วนต้องมาชิมข้าวราดมันปู และหนึ่งในร้านดัง เดินทางสะดวก Xie San Bao ก็ตั้งอยู่ในซอยร้านอร่อยด้านหลังถนนนานจิง
เที่ยงนี้ เราเข็นรถพาคุณยายหญิงมาลิ้มลองกันสองคน โชคดีได้น้องคนไทยในร้านช่วยสั่งอาหารผ่าน Alipay สแกนเบอร์โต๊ะ และไม่กี่นาที เจ้าข้าวราดมันปู และบะหมี่ราดมันปูยอดนิยมก็มาวางตรงหน้า
ในถาดนี้จะมีถ้วยของมันปู ตั้งคู่กับข้าวหรือบะหมี่ พร้อมด้วยเครื่องเขียง ผักดอง เห็ดหูหนู และน้ำจิ้ม เมื่อคลุกเคล้าเข้าด้วยกันกับมันปูที่ราดลงมาบนข้าว รสชาติออกมากลมกล่อม อูมามิอย่างที่เหล่าบล็อกเกอร์เด็กๆถูกใจ และถ้าใครกลัวจะเลี่ยน ก็ไม่ต้องห่วง เพราะเครื่องเขียงช่วยได้ เป็นอีกหนึ่ง combination ที่ลงตัวเลย สองจานนี้ความเสียหายอยู่ที่ 148 หยวน หรือประมาณ 900 บาทเท่านั้น (ที่ตั้ง ด้านหลังถนนนานจิง ฝั่ง People’s Square)

Autumn Flavor
Autumn Flavor อีกหนึ่งร้านอาหารจีนที่ครองใจชาวไทยมากเสียจนป้ายหน้าร้าน เมนูอาหาร หรือแม้กระทั่งพนักงานขาย เริ่มจะพูดไทยได้แล้ว บรรยากาศภายในร้านเลยไม่ต่างจากร้านอาหารไทย ที่มีเมนูจีนเซี่ยงไฮ้
ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับ Xie San Bao ถนนนานจิง เราแวะมากินก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ สั่งเมนูเด็ด ปลาต้มผักกาดดอง 48 หยวน หมูสามชั้นผัดพริกหยวก 58 หยวน และ มะเขือเทศผัดไข่ 22 หยวน ปริมาณอาหารหนึ่งจานกินได้ 3-4 คน
ถามถึงรสชาติ คุณยายหญิงยกนิ้วให้สิบเต็ม ถูกจริตคนไทยแน่นอน แถมสำรับยังคล้ายกับอาหารบ้านเรา รสชาติก็ชัดเจน อร่อย คุ้นลิ้น ราคาย่อมเยา คนไทยได้ส่วนลดอีก 10% คุ้มค่ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว (ที่ตั้ง ด้านหลังถนนนานจิง ฝั่ง People’s Square)

Apoli Itabakery
คาเฟ่เวทย์มนต์ที่เหล่าบล็อกเกอร์สมมุตินามให้ … Apoli Itabakery เปิดอยู่ใกล้กับ Wukang Mansion ดังนั้นพอถ่ายรูปกับตึกเสร็จก็เดินข้ามถนนมาหยิบเบเกอร์รี่ใส่ถาดกันต่อได้ คุณยายหญิงเข้าไปแล้วตื่นตาตื่นใจ ทั้งการตกแต่งที่ดูคล้ายโลกแฮรี่พอตเตอร์จริงๆ เบเกอร์รี่วางเรียงให้เลือกมากมาย ไม่ซ้ำแบบกันเลย คุณยายเลยเดินวนอยู่หลายรอบ ตัดสินใจไม่ถูก สุดท้ายได้มา 3-4 ชิ้น เลือกชิ้นที่ป้ายติด Best Seller ซึ่งก็อร่อยดี เก็บเอาไว้เป็นสต๊อกอาหารว่างช่วงบ่ายของพวกเราค่ะ (ที่ตั้ง เยื้องๆกับ Wukang Mansion)

Butterful & Cremerous
เราเคยแนะนำ Butterful & Cremerous เบเกอร์รี่ดังของเกาหลีใต้ที่มาเปิดในเซี่ยงไฮ้ร้านนี้แล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนั้นคิวสาขาแรก น่าจะเป็นสาขาซินเทียนตี้ยาวเป็นงูเหลือมตัวใหญ่ๆ แต่ตอนนี้กระแสจางลง Butterful & Cremerous สาขานี้ เลยถูกเขยิบเข้าไปอยู่ด้านใน พื้นที่เล็กลง แต่เราก็ยังอยากให้คุณยายหญิงได้ชิมเบเกอร์รี่ถุงเขียวในตำนาน เพราะทาร์ตสตอร์เบอร์รี่ของร้านนี้เค้าเด็ดจริง แล้วคุณยายก็ถูกใจอย่างที่คิดไว้ ทริปนี้เลยกลายเป็นกินกันตัวแตก ไขมันพุ่งกระชูดทั้งแม่และลูกค่ะ (ที่ตั้ง Xintiandi Style)

Ar Ma Handmade
ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องชิมชานมของร้านนี้ให้จงได้ ถึงแม้เราจะแพ้แลกโตส แต่จะยอมวิ่งเข้าห้องน้ำ เพราะเราชอบเผือกกับโมจิสุดๆ พอเห็นน้องๆบล็อกเกอร์รีวิวให้ฟัง มันก็ต้องโดนบ้าง และวันสุดท้ายก่อนกลับ เราแวะ Ar Ma Handmade สาขา Raffle City ใกล้กับถนนนานจิง สั่งเมนูดังชานมเผือกโมจิ ที่รูปมี 3 เลเยอร์ แบบเย็นสำหรับเรา แบบร้อนสำหรับคุณยาย เลือกหวานปกติ ซึ่งก็ไม่หวานมาก รอประมาณ 40 นาที ทั้งๆที่คิวก่อนหน้าไม่ได้เยอะ แต่ที่นานคงเพราะทำกันสดๆ พนักงานหลายคนยืนกวน ยืนชงมือเป็นระวิง และผลลัพธ์ที่ได้ก็อร่อยคุ้มค่า ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ส่วนลุง ลองแหวกแนวสั่งเมนูพิเศษ Srilankan Ceylon Milk Tea รสชาติรวมๆก็ไม่ได้แย่ แต่สุดท้ายลุงขอกินเผือกโมจิของเราจนหมดแก้วเลย (ที่ตั้ง ชั้น G Raffle City ตั้งอยู่ข้างๆถนนนานจิง ตรงปลายถนนที่มีสถานี People’s Square)

13DE Marzo
คาเฟ่นี้โด่งดังมากในหมู่สาวๆ คงเพราะความน่ารักของเจ้าตุ๊กตาหมี และกิมมิกที่เอาหมีมาเกาะแก้วกาแฟ ทำให้หลายคนยอมรอคิวแม้จะนานหลักชั่วโมงที่สาขา Anfu Road ย่านช้อปปิ้งแฟชั่นเท่ๆของเซี่ยงไฮ้ แต่วันนี้เราจะพามาที่สาขาซินเทียนตี้ เดาว่าน่าจะเปิดใหม่ เพราะคิวยังน้อย คุณยายเลยได้ชิม Crème Brule Milk Tea ซึ่งเป็นรส Limited Edition ที่มาพร้อมกับสติกเกอร์ และกรอบรูปแม็กเน็ตติดตู้เย็น ในราคาเซ็ตละ 88 หยวน
ระหว่างรอ เรายังเดินไปช้อปปิ้ง ดูเสื้อผ้าของ 13DE Marzo แบรนด์จีนได้อีกด้วย สินค้าเน้นโทนสีหวานลูกกวาดพาสเทล มีรายละเอียดตุ๊กตาหมีเกาะบนเสื้อผ้าและของใช้ น่ารักมาก แต่ราคาแรงอยู่เหมือนกัน เสื้อผ้าประมาณ 5-6 พันบาท ถึงแม้จะอยากได้ แต่เอาจริงๆ ก็คงไม่กล้าใส่ วัยไม่ผ่านแล้วค่ะ (ที่ตั้ง สาขาซินเทียนตี้ อยู่ชั้น G ด้านหน้า Xintiandi Style)

Huadian Palmier
ขนมผีเสื้อ หรือ Palmier เป็นอีกหนึ่งขนมต้องลองของเซี่ยงไฮ้ เรารู้จักร้านนี้เพราะคุณยายอยากซื้อบ๊วยค่ะ เราเลยเดินเข้าไปในร้านขายของฝาก Shanghai First Foodhall แล้วก็เจอกับคิวที่ยาวเหยียดของ Huadian กับกลิ่นเนยที่ลอยเต๊ะจมูก คนจีนรอคิวกันเกือบ 20 คน เราเลยไปต่อแถวบ้าง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็ได้ Palmier มาหนึ่งถุงใหญ่ อบร้อนใหม่ๆ จากเตา กลิ่นหอมฟุ้ง ทางร้านเคลมว่า Palmier ของเค้าต่างจากที่อื่น เพราะแป้งบางกรอบกว่า 256 เลเยอร์ ใช้เนย Anchor ผสมกับเนยพรีเมี่ยมจากญี่ปุ่น มิน่า … ทั้งกลิ่นและเนื้อสัมผัสถึงได้ทำให้คุณยายตะลึง ถุงนี้เราแพ็คอย่างดีเอากลับกรุงเทพด้วย และยังเอนจอยกินกันต่อจนหมดถุงในที่สุด (ที่ตั้ง ชั้น G ของ Shanghai First Foodhall บนถนนานจิง)

Molly Dessert Bar
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่คุณยายรู้จักกับ Pop Mart ร้านตุ๊กตากล่องสุ่มของประเทศจีน เราอยากให้คุณยายได้เป็นส่วนหนึ่งของ Pop Mart บ้าง เลยเข็นรถไปจอดหน้าร้านขนมของ Molly ที่ตั้งอยู่กลางถนนนานจิง สั่งไอศกรีมเจ้าแฝด รสมะม่วง พนักงานถามว่าให้แกะเลยไหม เราบอกว่าโอเค จากนั้นพนักงานก็แกะห่อออก แยกแฝดออกจากกัน พร้อมกับยกแฝดขึ้นจุ๊บปากกัน คงเป็นท่าประจำเพราะเห็นทุกรีวิว ก่อนจะยื่นให้กับลูกค้า เอาเป็นว่า … ไอติมนี้ไม่ได้มีดีแค่น่ารัก แต่ยังอร่อยหนึบหนับอีกด้วยค่ะ ถ้ามาเดินเล่นที่ถนนนานจิง ลองแวะชิมกันดูนะ (ที่ตั้ง ถนนนานจิง ด้านหน้า Pop Mart สาขาใหญ่)

M&M’s World
คุณยายชอบกินช้อกโกแล็ต และต้องเป็น Milk Chocolate แบบหวานสุดๆเท่านั้น M&M อีกหนึ่งแบรนด์โปรดของคุณยายและมีช้อปใหญ่โตที่เซี่ยงไฮ้ เลยจูงมือกันเดินขึ้นชั้น 2 ของโลก M&M เลือกช็อกโกแล็ตตามสี และแบบอย่างสนุกสนาน เลือกเสร็จลืมดูราคา กดกันจนเพลิน ถุงนี้เกือบ 7-8 ร้อยบาท แต่ก็เอานะ M&M สีม่วง สีฟ้า จะหาได้ที่ไหน ถ้าไม่ใช่ที่ M&M’s World (ที่ตั้ง ถนนนานจิง)
24 Mar 2026
0 Comments
Time to feast in Shanghai … 12 ร้านอาหาร คาเฟ่แนะนำ
เซี่ยงไฮ้ทริปนี้คุณยายยอมจองตั๋วไปเที่ยวกับเรา ลูกสาวคนดีเลยพยายามสรรหาร้านอร่อยมาให้คุณยายได้ชิม เลือกร้านที่เดินทางง่าย จองง่าย ไม่แออัด ตลอด 5 วัน จบลงที่ 12 ร้าน ครบเครื่องทั้งคาว และหวาน ตามลิสต์นี้เลยยยยค่ะ
Southside Story
ร้านเป็ดปักกิ่งหนังกรอบในศูนย์การค้า Superbrand Mall เป็นร้านที่เลือกมาบรรณาการคุณยายหญิง ผู้รักเป็ดปักกิ่งยิ่งชีพ Southside Story ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของ Superbrand Mall ที่กลุ่มซีพีของคนไทยเป็นเจ้าของ ในใจกลางย่านการเงินฝั่ง Pudong ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก เราเลยให้โรงแรมจองโต๊ะสำหรับดินเนอร์คืนนี้
โต๊ะที่จองกลายเป็นห้องไพรเวท หรูหรา และเป็นส่วนตัว เจ้าเป็ดปักกิ่งตัวนี้เป็นเมนูแรกที่เสิร์ฟ เชฟแล่หนังออกมา 3 จาน เริ่มด้วยจานแรกหนังกรอบกริบ เอาไว้จิ้มกับน้ำตาลและลูกอมป๊อปที่แตกในปาก จานสองและสามเป็นหนังติดเนื้อเป็ด เอาไว้ห่อกับแป้ง ราดด้วยน้ำจิ้มหวานและผักเคียง เหมือนกับเป็ดปักกิ่งที่พวกเราคุ้นเคย
ถัดมาเป็นปลาทอดกรอบด้วยซอสพริก เมนูนี้ลุงบอกว่าดัง เนื้อปลากรอบกริบ ทอดได้ไร้เทียมทานจริงๆ กินคู่กับข้าวสวย อร่อยมากๆ
โชคดีที่เราสั่งสลัดแตงกวามาตัดเลี่ยน แตงกวาจีนยาวเหมือนงู ลีลาตัดไม่เบาเลย ส่วนจานสุดท้ายเป็นกระดูกและเนื้อเป็ดที่เหลือ เอาไปทอดกับพริกกับเกลือ รสชาติอุมามิ แต่จานนี้เค็มไปหน่อย ขอบาย
Southside Story เป็นร้านที่พวกเราประทับใจ อร่อย รสชาติดี และคิวไม่ยาวเหมือนร้านดังๆ ราคาอาหารก็ดี ทั้งหมดนี้ประมาณ 530 หยวน หรือ 2,400 บาท ถูกกว่าฮ่องกง และหลายร้านของบ้านเรา
ใครสนใจมากินที่นี่ แนะนำให้มาคู่กับวงเวียนลู่เจียจุ่ย ถ่ายรูปกับหอไข่มุกเสร็จ ก็แวะมากินเป็ดปักกิ่งอร่อยๆกันต่อเลยค่ะ (ชั้น 3 Superbrand Mall)
Sui Tang Li
มาถึงบ้านเกิดของติ่มซำทั้งที เราเลยบรรจงเลือกร้านเพื่อให้คุณยายและลุงได้ชิมของอร่อยที่ Sui Tang Li ติ่มซำฟิวชั่น แต่รสชาติต้นตำรับของเชฟ Tony Ye
เสี่ยวหลงเปาเป็นเมนู A Must ของเซี่ยงไฮ้ เชฟก็หยิบมาผสมกับหมูไอเบอร์ริโก้ของเสปน วาดลวดลายของเสี่ยงหลงเปาให้สวยงามด้วยสีแดงขาวคล้ายลายหินอ่อน กินคู่กับขนมจีบไส้ไข่นกกระทาครีมมี่ ปอเปี๊ยะทอดแป้งบาง และซาลาเปาไส้ครีมลาวา อร่อยถูกใจเรามาก
ต่อด้วยข้าวต้มกุ้งรสกลมกล่อม ที่ใส่ข้าวพองให้พอกรุบกริบ เมนูโปรดของเราที่ซดแล้วอุ่นท้องในที่วันอากาศต่ำกว่าสิบองศา
ก่อนจะปิดท้ายด้วย Mango Pomelo Sago ขนมหวานดัง ในรูปร่างของไข่ไก่ เมื่อตีเปลือกแตก คลุกไส้ข้างในเข้าด้วยกัน ก็จะได้รสชาติของมะม่วง ส้มโอ เหมือนกับต้นตำรับไม่ผิดเพี้ยน ร้านนี้ถูกจริตเราที่สุด
Sui Tang Li ตั้งอยู่ที่ The Middle House Residence ด้านข้างของศูนย์การค้าที่มี The Louis อยู่ด้านหน้า ร้านนี้อาจจะหายากหน่อย แนะให้เดินตาม A Map มาด้านข้างของศูนย์การค้า ก็จะเจอตึกสูงคล้ายกับคอนโดค่ะ
สำหรับการจอง ก็ไม่ยากเลย อีเมล์ภาษาอังกฤษตรงมาที่ร้าน มีพนักงานตอบรับเป็นอย่างดี แนะนำให้จองมา เพราะคนเยอะอยู่เหมือนกัน โดนเฉพาะช่วงวันหยุด (ที่ตั้ง 2F, The Middle House Residences, 366 Shimen Yi Road, Jingan, Shanghai ราคา 572 หยวน)
Xie San Bao
เพิ่งรู้จริงๆว่า คนไทยมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ล้วนต้องมาชิมข้าวราดมันปู และหนึ่งในร้านดัง เดินทางสะดวก Xie San Bao ก็ตั้งอยู่ในซอยร้านอร่อยด้านหลังถนนนานจิง
เที่ยงนี้ เราเข็นรถพาคุณยายหญิงมาลิ้มลองกันสองคน โชคดีได้น้องคนไทยในร้านช่วยสั่งอาหารผ่าน Alipay สแกนเบอร์โต๊ะ และไม่กี่นาที เจ้าข้าวราดมันปู และบะหมี่ราดมันปูยอดนิยมก็มาวางตรงหน้า
ในถาดนี้จะมีถ้วยของมันปู ตั้งคู่กับข้าวหรือบะหมี่ พร้อมด้วยเครื่องเขียง ผักดอง เห็ดหูหนู และน้ำจิ้ม เมื่อคลุกเคล้าเข้าด้วยกันกับมันปูที่ราดลงมาบนข้าว รสชาติออกมากลมกล่อม อูมามิอย่างที่เหล่าบล็อกเกอร์เด็กๆถูกใจ และถ้าใครกลัวจะเลี่ยน ก็ไม่ต้องห่วง เพราะเครื่องเขียงช่วยได้ เป็นอีกหนึ่ง combination ที่ลงตัวเลย สองจานนี้ความเสียหายอยู่ที่ 148 หยวน หรือประมาณ 900 บาทเท่านั้น (ที่ตั้ง ด้านหลังถนนนานจิง ฝั่ง People’s Square)
Autumn Flavor
Autumn Flavor อีกหนึ่งร้านอาหารจีนที่ครองใจชาวไทยมากเสียจนป้ายหน้าร้าน เมนูอาหาร หรือแม้กระทั่งพนักงานขาย เริ่มจะพูดไทยได้แล้ว บรรยากาศภายในร้านเลยไม่ต่างจากร้านอาหารไทย ที่มีเมนูจีนเซี่ยงไฮ้
ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับ Xie San Bao ถนนนานจิง เราแวะมากินก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ สั่งเมนูเด็ด ปลาต้มผักกาดดอง 48 หยวน หมูสามชั้นผัดพริกหยวก 58 หยวน และ มะเขือเทศผัดไข่ 22 หยวน ปริมาณอาหารหนึ่งจานกินได้ 3-4 คน
ถามถึงรสชาติ คุณยายหญิงยกนิ้วให้สิบเต็ม ถูกจริตคนไทยแน่นอน แถมสำรับยังคล้ายกับอาหารบ้านเรา รสชาติก็ชัดเจน อร่อย คุ้นลิ้น ราคาย่อมเยา คนไทยได้ส่วนลดอีก 10% คุ้มค่ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว (ที่ตั้ง ด้านหลังถนนนานจิง ฝั่ง People’s Square)
Apoli Itabakery
คาเฟ่เวทย์มนต์ที่เหล่าบล็อกเกอร์สมมุตินามให้ … Apoli Itabakery เปิดอยู่ใกล้กับ Wukang Mansion ดังนั้นพอถ่ายรูปกับตึกเสร็จก็เดินข้ามถนนมาหยิบเบเกอร์รี่ใส่ถาดกันต่อได้ คุณยายหญิงเข้าไปแล้วตื่นตาตื่นใจ ทั้งการตกแต่งที่ดูคล้ายโลกแฮรี่พอตเตอร์จริงๆ เบเกอร์รี่วางเรียงให้เลือกมากมาย ไม่ซ้ำแบบกันเลย คุณยายเลยเดินวนอยู่หลายรอบ ตัดสินใจไม่ถูก สุดท้ายได้มา 3-4 ชิ้น เลือกชิ้นที่ป้ายติด Best Seller ซึ่งก็อร่อยดี เก็บเอาไว้เป็นสต๊อกอาหารว่างช่วงบ่ายของพวกเราค่ะ (ที่ตั้ง เยื้องๆกับ Wukang Mansion)
Butterful & Cremerous
เราเคยแนะนำ Butterful & Cremerous เบเกอร์รี่ดังของเกาหลีใต้ที่มาเปิดในเซี่ยงไฮ้ร้านนี้แล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนั้นคิวสาขาแรก น่าจะเป็นสาขาซินเทียนตี้ยาวเป็นงูเหลือมตัวใหญ่ๆ แต่ตอนนี้กระแสจางลง Butterful & Cremerous สาขานี้ เลยถูกเขยิบเข้าไปอยู่ด้านใน พื้นที่เล็กลง แต่เราก็ยังอยากให้คุณยายหญิงได้ชิมเบเกอร์รี่ถุงเขียวในตำนาน เพราะทาร์ตสตอร์เบอร์รี่ของร้านนี้เค้าเด็ดจริง แล้วคุณยายก็ถูกใจอย่างที่คิดไว้ ทริปนี้เลยกลายเป็นกินกันตัวแตก ไขมันพุ่งกระชูดทั้งแม่และลูกค่ะ (ที่ตั้ง Xintiandi Style)
Ar Ma Handmade
ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องชิมชานมของร้านนี้ให้จงได้ ถึงแม้เราจะแพ้แลกโตส แต่จะยอมวิ่งเข้าห้องน้ำ เพราะเราชอบเผือกกับโมจิสุดๆ พอเห็นน้องๆบล็อกเกอร์รีวิวให้ฟัง มันก็ต้องโดนบ้าง และวันสุดท้ายก่อนกลับ เราแวะ Ar Ma Handmade สาขา Raffle City ใกล้กับถนนนานจิง สั่งเมนูดังชานมเผือกโมจิ ที่รูปมี 3 เลเยอร์ แบบเย็นสำหรับเรา แบบร้อนสำหรับคุณยาย เลือกหวานปกติ ซึ่งก็ไม่หวานมาก รอประมาณ 40 นาที ทั้งๆที่คิวก่อนหน้าไม่ได้เยอะ แต่ที่นานคงเพราะทำกันสดๆ พนักงานหลายคนยืนกวน ยืนชงมือเป็นระวิง และผลลัพธ์ที่ได้ก็อร่อยคุ้มค่า ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ส่วนลุง ลองแหวกแนวสั่งเมนูพิเศษ Srilankan Ceylon Milk Tea รสชาติรวมๆก็ไม่ได้แย่ แต่สุดท้ายลุงขอกินเผือกโมจิของเราจนหมดแก้วเลย (ที่ตั้ง ชั้น G Raffle City ตั้งอยู่ข้างๆถนนนานจิง ตรงปลายถนนที่มีสถานี People’s Square)
13DE Marzo
คาเฟ่นี้โด่งดังมากในหมู่สาวๆ คงเพราะความน่ารักของเจ้าตุ๊กตาหมี และกิมมิกที่เอาหมีมาเกาะแก้วกาแฟ ทำให้หลายคนยอมรอคิวแม้จะนานหลักชั่วโมงที่สาขา Anfu Road ย่านช้อปปิ้งแฟชั่นเท่ๆของเซี่ยงไฮ้ แต่วันนี้เราจะพามาที่สาขาซินเทียนตี้ เดาว่าน่าจะเปิดใหม่ เพราะคิวยังน้อย คุณยายเลยได้ชิม Crème Brule Milk Tea ซึ่งเป็นรส Limited Edition ที่มาพร้อมกับสติกเกอร์ และกรอบรูปแม็กเน็ตติดตู้เย็น ในราคาเซ็ตละ 88 หยวน
ระหว่างรอ เรายังเดินไปช้อปปิ้ง ดูเสื้อผ้าของ 13DE Marzo แบรนด์จีนได้อีกด้วย สินค้าเน้นโทนสีหวานลูกกวาดพาสเทล มีรายละเอียดตุ๊กตาหมีเกาะบนเสื้อผ้าและของใช้ น่ารักมาก แต่ราคาแรงอยู่เหมือนกัน เสื้อผ้าประมาณ 5-6 พันบาท ถึงแม้จะอยากได้ แต่เอาจริงๆ ก็คงไม่กล้าใส่ วัยไม่ผ่านแล้วค่ะ (ที่ตั้ง สาขาซินเทียนตี้ อยู่ชั้น G ด้านหน้า Xintiandi Style)
Huadian Palmier
ขนมผีเสื้อ หรือ Palmier เป็นอีกหนึ่งขนมต้องลองของเซี่ยงไฮ้ เรารู้จักร้านนี้เพราะคุณยายอยากซื้อบ๊วยค่ะ เราเลยเดินเข้าไปในร้านขายของฝาก Shanghai First Foodhall แล้วก็เจอกับคิวที่ยาวเหยียดของ Huadian กับกลิ่นเนยที่ลอยเต๊ะจมูก คนจีนรอคิวกันเกือบ 20 คน เราเลยไปต่อแถวบ้าง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็ได้ Palmier มาหนึ่งถุงใหญ่ อบร้อนใหม่ๆ จากเตา กลิ่นหอมฟุ้ง ทางร้านเคลมว่า Palmier ของเค้าต่างจากที่อื่น เพราะแป้งบางกรอบกว่า 256 เลเยอร์ ใช้เนย Anchor ผสมกับเนยพรีเมี่ยมจากญี่ปุ่น มิน่า … ทั้งกลิ่นและเนื้อสัมผัสถึงได้ทำให้คุณยายตะลึง ถุงนี้เราแพ็คอย่างดีเอากลับกรุงเทพด้วย และยังเอนจอยกินกันต่อจนหมดถุงในที่สุด (ที่ตั้ง ชั้น G ของ Shanghai First Foodhall บนถนนานจิง)
Molly Dessert Bar
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่คุณยายรู้จักกับ Pop Mart ร้านตุ๊กตากล่องสุ่มของประเทศจีน เราอยากให้คุณยายได้เป็นส่วนหนึ่งของ Pop Mart บ้าง เลยเข็นรถไปจอดหน้าร้านขนมของ Molly ที่ตั้งอยู่กลางถนนนานจิง สั่งไอศกรีมเจ้าแฝด รสมะม่วง พนักงานถามว่าให้แกะเลยไหม เราบอกว่าโอเค จากนั้นพนักงานก็แกะห่อออก แยกแฝดออกจากกัน พร้อมกับยกแฝดขึ้นจุ๊บปากกัน คงเป็นท่าประจำเพราะเห็นทุกรีวิว ก่อนจะยื่นให้กับลูกค้า เอาเป็นว่า … ไอติมนี้ไม่ได้มีดีแค่น่ารัก แต่ยังอร่อยหนึบหนับอีกด้วยค่ะ ถ้ามาเดินเล่นที่ถนนนานจิง ลองแวะชิมกันดูนะ (ที่ตั้ง ถนนนานจิง ด้านหน้า Pop Mart สาขาใหญ่)
M&M’s World
คุณยายชอบกินช้อกโกแล็ต และต้องเป็น Milk Chocolate แบบหวานสุดๆเท่านั้น M&M อีกหนึ่งแบรนด์โปรดของคุณยายและมีช้อปใหญ่โตที่เซี่ยงไฮ้ เลยจูงมือกันเดินขึ้นชั้น 2 ของโลก M&M เลือกช็อกโกแล็ตตามสี และแบบอย่างสนุกสนาน เลือกเสร็จลืมดูราคา กดกันจนเพลิน ถุงนี้เกือบ 7-8 ร้อยบาท แต่ก็เอานะ M&M สีม่วง สีฟ้า จะหาได้ที่ไหน ถ้าไม่ใช่ที่ M&M’s World (ที่ตั้ง ถนนนานจิง)
Related Posts: