SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton : CROSSROADS Maldives

“ฮัลโหล มัลดีลฟ์” เราเจอกันอีกครั้งแล้วนะ นั่งนับในใจก่อนล้อเครื่องบินจะแตะพื้น นี่เราเจอกันทุกๆ 9 ปี เลยเหรอ ระยะเวลาดูเหมือนนาน แต่ความรู้สึกกลับต่างไป เพราะความทรงจำของมัลดีลฟ์ 2 ทริปแรก ยังชัดเจนอยู่เลย

ครั้งนี้เรามีเวลาพักผ่อนที่มัลดีลฟ์เพียงแค่ 2 คืน เลยเลือกรีสอรต์จากระยะทางที่ใกล้กับมาเล่ (Male) เมืองหลวงของมัลดีลฟ์ ซึ่งการไปพักตามเกาะต่างๆของมัลดีลฟ์ เราต้องมาเดินทางต่อกันที่ท่าเรือ หรือเครื่องบินน้ำ เริ่มต้นด้วยการเช็กชื่อที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมที่เราจองไว้ พนักงานจะดูแลกระเป๋าเดินทางของเรา และพาไปขึ้นเรือที่ออกตามรอบ ถ้ามีเวลาเหลือในช่วงนี้ ก็เดินเล่นในบริเวณท่าเรือได้ มีร้านขายของและอาหารให้ซื้ออยู่บ้างค่ะ

CROSSROADS Maldives

ทริปนี้เราพักกันที่  SAii Lagoon Maldives โรงแรมที่อยู่ในโครงการ CROSSROADS Maldives ของกลุ่มสิงห์ ห่างจากมาเล่เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น

เรามาถึงที่ CROSSROADS Maldives ประมาณเที่ยง ห้องพักยังไม่เรียบร้อย พนักงานเลยแนะนำให้ไปทานอาหารเที่ยงก่อน ครั้งนี้เราจองห้องพักบวกแพ็ค All Inclusive เพราะรู้ว่าค่าอาหารและกิจกรรมบนเกาะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เลยจองแบบเหมารวมอาหารทุกมื้อ เครื่องดื่ม และแอลกอฮอลล์ที่เสิร์ฟตามช่วงเวลา สะดวกและคุ้มค่าที่สุดค่ะ

CROSSROADS Maldives ประกอบไปด้วย 4 เกาะที่เชื่อมกัน มีโรงแรมอยู่ 2 โรงแรม SAii Lagoon Maldives และ Hard Rock Maldives และพื้นที่ส่วนกลางที่เรียกกว่า The Marina

ข้อดีของการพักที่นี่ ก็คือ เราเลือกกินอาหารได้ทุกร้านในโครงการนี้ ทั้งในโรงแรม Hard Rock, SAii Lagoon และ The Marina รวมๆแล้วก็ประมาณ 12 ร้านอาหาร ไม่นับบาร์ตามจุดต่างๆ

Hard Rock Café Maldives

มื้อแรกบนเกาะ เราหลบแดดมากินอาหารเที่ยงกันที่ Hard Rock Café ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ร้านตกแต่งสีสันสดใส เหมือนดำดิ่งในโลกใต้ท้องสมุทร เหมาะกับบรรยากาศของทะเลมัลดีฟส์มาก ตามผนังมีของรักของหวงของนักดนตรีและนักร้องทั่วโลกจัดแสดง รวมถึงกีตาร์ของพี่ป้อม อัสนี และ ฟองเบียร์นักดนตรีชาวไทย

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าเราจองแพ็ค All Inclusive แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราสั่งทุกอย่างได้ไม่อั้น เพราะ All Inclusive ของที่นี่มีข้อกำหนดให้สั่งได้ 3 จานต่อคน แบ่งเป็น ของว่าง (Appetizer) จานหลัก (Main Course) และ ขนมหวาน (Dessert) กับเครื่องดื่มซึ่งบางร้านจะมีลิสต์สำหรับแพ็ค All Inclusive ค่ะ

เมนูแนะนำที่ Hard Rock Café ให้เริ่มที่ Legendary Nachos ราดด้วยชีสเยิ้มๆ และปิดท้ายด้วย Brownie ขนมหวานสุดฮ๊อตของ Hard Rock Café ทั่วโลก

ส่วน Main Course ก็แล้วแต่ความชอบค่ะ จะลองสั่งเมนูพิเศษ Messi Burger หรือ ปลาแซลม่อนย่าง สเต็กเนื้อก็อิ่มท้องแน่นอน เพราะปริมาณของอาหารใหญ่เหมือนกับสั่งที่อเมริกา ส่วนสายดื่มแนะนำให้ลอง Signature Cocktail

ก่อนกลับก็ออกไปเดินย่อยที่ลานด้านหน้าของร้านสักหน่อย ทะเลสีสวยตัดกับชุดเก้าอี้น่ารัก หรือจะเดินช้อปดูสินค้าที่ระลึกของ Hard Rock Cafe ก็มีน่าซื้อหลายชิ้นค่ะ

SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton

SAii Lagoon Maldive หนึ่งในสองโรงแรมของโครงการ CROSSROADS Maldives เราตัดสินใจพักที่นี่เพราะถูกใจกับการตกแต่งสไตล์ชนเผ่า ดูสนุกสนานต่างจาก 2 โรงแรมที่เคยพักในครั้งก่อน

คราวนี้เราเลือกพักห้อง Sky Room ที่อยู่บนชั้น 2 ราคาถูกที่สุด เหตุผลที่เลือกห้องนี้ ไม่ใช่เพราะราคาเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเรากลัวสึนามิค่ะ เรามาช่วงเดือนธันวาคม เดือนที่เกิดสินามึเมื่อยี่สิบปีก่อน เลยคิดเข้าข้างตัวเองว่า ห้องนี้อยู่ที่ชั้น 2 ถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็น่าจะปลอดภัยกว่าชั้น 1 แหล่ะ

นอกจากนั้นเราเคยพักห้อง Water Bangalow ที่ Anantara Maldives มาแล้ว ห้องกลางน้ำมักอยู่ไกลจากล็อบบี้และห้องอาหาร เลยขี้เกียจเดิน ส่วน Beach Villa ก็เคยพักในทริปแรก ห้อง Beachfront มักเจอพวกต้นไม้บังวิวทะเล รีสอรต์ส่วนใหญ่สร้างไว้บังตาให้ความเป็นส่วนตัว คราวนี้เลยลองนอนชั้น 2 ดูบ้าง แล้วก็ดีใจว่าเลือกไม่ผิด เพราะห้อง Beachfront ใต้ห้องเรามีซุ้มต้นไม้บังวิวจริงๆ ส่วนห้องเรายังพอเห็นวิวทะเลสีฟ้า แถมด้วยลมเย็นๆตลอดทั้งวันอีกด้วยค่ะ

ห้อง Sky Room มีพื้นที่ 44 ตารางเมตร ห้องนอน ห้องน้ำ และเฉลียงใหญ่ อยู่สบายสำหรับ 2 คน การตกแต่งห้องพักก็ ไม่ทำให้ผิดหวังเลย สนุกสนาน และเต็มไปด้วยสีสัน ลูกเล่นมากมาย

ทริปนี้เรามาฉลองวันครบรอบแต่งงาน 18 ปี โรงแรมเลยเตรียม Sparkling Wine ขนมเค้ก และตกแต่งเตียงให้ด้วย (ปล. All Inclusive ไม่รวม Minibar ภายในห้องค่ะ น้ำเปล่าฟรี ขอได้ตลอด)

Lobby ของโรงแรม SAii Lagoon 

บริเวณรอบๆโรงแรม SAii Lagoon

Let’s Swim

หลังจากจัดของเสร็จสรรพ ก็เป็นเวลาประมาณบ่าย 4 โมง ยังเหลือเวลาไปแช่น้ำทะเลก่อนดินเนอร์ เราเดินลงไปเล่นน้ำหน้าห้องพัก น้ำทะเลมัลดีฟส์ไม่ค่อยเหนียวตัว และหาดทรายก็ไม่มีปึ่ง หรือลิ้นทะเลเหมือนหัวหิน

น้ำวันนี้อุ่นๆ ใสเห็นท้องทราย และมีปลาว่ายวนอยู่บ้าง แต่ไม่มากเหมือนสองรีสอรต์ก่อนที่เคยพัก ใกล้กันยังมีโขดหินให้ไปถ่ายรูป ชิงช้ากลางทะเล แกว่งเล่น ส่วนลุงว่ายน้ำออกไปไกลหน่อย ถือเป็นการออกกำลังกายประจำวันค่ะ

Miss Olives – Dinner

ดินเนอร์คืนนี้เราอยากกินอาหารอิตาเลี่ยน เลยจองโต๊ะที่ Miss Olives ซึ่งอยู่ในส่วนของ SAii Lagoon โรงแรมที่เราเข้าพัก

ค่ำนี้เราหยิบเอาผ้าโสร่งลายสัตว์น้ำที่ซื้อจากมาเล่มาใส่ คู่กับถุงผ้าพิมพ์ลายตัวอักษรสันสฤตของศรีลังกา ลุงแซวว่าไม่เห่อเลยสักนิด

การเดินทางในรีสอรต์ขนาดใหญ่นี้ มีบริการรถบักกี้รับส่ง แต่บอกเลยว่ารอคิวนานมากๆ ถ้ารอไม่ไหว ก็เดินเท้าเอาค่ะ แต่ต้องเผื่อเวลาไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยเฉพาะร้านอาหารที่อยู่ฝั่ง Hard Rock หรือ The Marina

Miss Olives ตั้งอยู่ริมหาด เป็นจุดที่โรงแรมจัดไว้ให้หนุ่มสาวขอแต่งงาน บรรยากาศภายในร้านเลยดูโรแมนติกสุดๆ โต๊ะที่โรงแรมเตรียมให้เรา เป็นโต๊ะตรงชายหาด จุดเทียนสวยงาม แต่อากาศค่อนข้างร้อนและฝนเริ่มลงเม็ด เราเลยขอย้ายมาด้านบนที่มีหลังคากันฝน และสั่งอาหาร 3 เมนูต่อคน ตามข้อกำหนด All Inclusive ของโรงแรม

อาหารของ Miss Olives รสชาติดีค่ะ วัตถุดิบก็ดี มีแค่ขนมหวานที่ให้คะแนนกลางๆ ส่วนบรรยากาศนั้นกินขาด ยิ่งในวันที่อากาศดี เหมาะกับคู่รักมาดินเนอร์ที่สุด

Terra & Mar – Breakfast

เช้านี้เรามากินอาหารเช้าที่ Terra & Mar ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าของ SAii Lagoon อาหารเช้าจัดแบบบุฟเฟ่ ในห้องโถงขนาดใหญ่ อาหารมีครบทุกสัญชาติ รวม Sparkling Wine และเครื่องดื่มน้ำผลไม้ต่างๆ เรามากินอาหารเช้ากันที่นี่ทั้ง 2 เช้า เพราะมีให้เลือกหลายเมนู ลูกค้าส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว ชาวยุโรปก็ไม่น้อย แขกก็พอมีบ้าง คงเพราะมัลดีฟส์อยู่ใกล้ทั้งยุโรป และเอเชียใต้ ลูกค้ากลุ่มนี้เลยหนีหนาวลงมาเที่ยวกันเยอะค่ะ

Strolling Around

หลังอาหาร เราเดินกลับไปยังห้องพัก เพื่อไปเปลี่ยนชุดเล่นกิจกรรมทางน้ำ ผ่านชายหาดที่อยู่หน้าห้องอาหาร นอนเล่นที่เปลสักหน่อย ดูสาวๆถ่ายรูปกับป้ายชื่อของโรงแรม ชมคอร์ทเทนนิสกลางทะเล ที่มีแผ่นกระจกสูงช่วยบังลมให้ตีลูกเทนนิสได้ และหยุดถ่ายรูปกับสะพานเชื่อมเกาะ เก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับทริปนี้

Water Activities

ช่วงสายๆเรามาที่ Beach Club ศูนย์กลางกีฬาทางน้ำ และกิจกรรมต่างๆของรีสอรต์ ลูกค้าที่ซื้อแพ็คแบบ All Inclusive เช่าเรือถีบ และคายัคฟรีวันละหนึ่งชั่วโมง เราเลยถีบเรือทรงรถโฟลค์เล่นกับลุงในบริเวณทะเลที่รีสอรต์กั้นไว้ ตกบ่ายลุงมาพายคายัคเล่น ผ่านหน้าห้อง ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ (All Inclusive ไม่รวมทริปทางทะเล และไม่รวมค่าเช่าขี่จักรยานค่ะ)

Jiao Wu – Lunch

เที่ยงวันนี้เราไปกินอาหารจีนกันที่ Jiao Wu ซึ่งอยู่ในบริเวณของ The Marina ค่ะ หน้าตาฮะเก๋าและเกี้ยวอาจจะดูไม่ใช่จีนแท้ แต่รสชาติใช้ได้เลยค่ะ ผัดเปรี้ยวหวานอร่อย และผัดหมี่ก็ใช้ได้ค่ะ

The Marina

กินเสร็จเราเดินสำรวจ The Marina กันต่อ บริเวณนี้มีร้าน Ripcurl ขายสินค้า Beach wear มินิมาร์ทเล็กๆ ห้องกิจกรรม และซุ้มขายของที่ระลึก

นอกจากนั้นยังมี Wall Art สวยๆให้ถ่ายรูปเล่น และมีร้านอาหารดังจากศรีลังกา Ministry of Crabs มาเปิดด้วยค่ะ (ร้านนี้ไม่รวมในแพ็ค All Inclusive)

 

Hard Rock Hotel Beach & Bar

บ่ายนี้เราชวนลุงเดินเล่นไปที่โรงแรม Hard Rock นั่งเล่นริมหาด และจิบเครื่องดื่มที่บาร์ ฟังดนตรีสดที่บาร์ค่ะ

Session – Dinner

ดินเนอร์คืนสุดท้าย เรามากินกันที่ Session ฝั่ง Hard Rock เราตัดสินใจเดินมา เพราะรถบักกี้รอนานมากค่ะ เย็นนี้เป็น
ธีมของ Latin Buffet ที่จัดอยู่ริมชายหาด มี Live Band ขับกล่อม สนุกสนานสมกับเป็น Hard Rock ค่ะ

Conclusion

CROSSROADS Maldives เป็นโครงการใหญ่มากๆ คนที่ชอบความสนุกสนาน ครื้นเครง น่าจะชอบโครงการนี้ ร้านอาหารและบาร์ก็มีให้เลือกหลายที่ อยู่กัน 4-5 วัน ยังกินไม่ครบทุกร้าน แต่ขนาดมหึมานี้ก็กลายเป็นข้อจำกัดสำหรับคนที่ชอบความสงบ ใครที่อยากพักหรือกินแบบเงียบๆ อาจจะปวดหัวกับจำนวนลูกค้าที่มาพร้อมลูกเล็กเด็กแดง

สำหรับกิจกรรมของโครงการ มีให้เลือกมากมาย ราคาของทริปก็ไม่ได้สูงมาก แต่เราเอนจอยกิจกรรมใกล้ๆห้องพัก เลยหยุดแค่ถีบเรือ พายคายัค และกลับมานอนพัก นั่งชมทะเลที่เฉลียงหน้าห้อง

ใครที่ซื้อแพ็คแบบ All Inclusive มีประโยชน์และคุ้มค่ามาก เพราะมีร้านอาหารกว่า 12 แห่งที่เราสามารถไปกินได้ แต่ All Inclusive นี้ไม่รวมมินิบาร์ในห้องพัก และบางกิจกรรม ซึ่งข้อมูลจะอยู่ในเอกสารที่พนักงานแจกให้ตอนเช็คอินค่ะ