บล็อกกัวลาลัมเปอร์ตอนที่สอง เป็นเรื่องราวของอาหารการกิน บล็อกนี้รวบรวมร้านอาหาร และคาเฟ่ที่เรากินกัน 4 วันมาแนะนำ ทั้งหมด 13 ร้านค่ะ มีทั้งครัวจีน ครัวเพรานากัน (Peranakan) อาหารฝรั่ง คาเฟ่ และขนม ร้านอาหารในกัวลาลัมเปอร์บรรยากาศดี ตกแต่งสวย สะอาดสะอ้าน และที่สำคัญราคาอาหารรวมๆแล้วถูกกว่ากรุงเทพด้วยค่ะ
Oriental Kopi

ร้านแรกเป็นร้านอาหารเชนชื่อดังของมาเลเซียที่มีแฟนคลับหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ Oriental Kopi โดดเด่นตั้งแต่การแต่งร้าน เหมือนย้อนกลับไปในยุคสภากาแฟ ดูวินเทจ เรามากินอาหารเช้าที่สาขา The Exchange TRX เพราะคนน้อย ไม่ต้องรอคิวนาน สั่ง Oriental Polo Bun ขนมปังนุ่มกลมคล้าย Pineapple Bun ของฮ่องกง เสิรฟ์มาพร้อมเนย และนมข้นหวาน ราคา 8.90 RM กับ Butter Kaya Toast Coconut 5.90 RM แล้วก็ไม่ลืม Egg Tart ที่ร้านเคลมไว้ว่าขายได้ดีที่สุดในประเทศมาชิมด้วย

ส่วนเครื่องดื่ม เราสั่ง Kopi Butter ที่มาพร้อมกับเนยหนึ่งชิ้น 7.80 RM และ White Coffee กาแฟเด็ดของร้าน ที่ผสมรวมเมล็ดกาแฟ 3 ชนิด Robusta/ Arabica/ Liberica เข้าไว้ด้วยกัน ทุกอย่างวางอยู่ตรงหน้า พิธีการชิมก็เริ่มขึ้น Oriental Polo Bun นุ่มเหนียวและกรุ่นเนยหอมมาก อร่อยจนต้องสั่งมากินอีกชิ้น !!! Kaya Toast ขนมปังสังขยาเป็นขนมปังอบกรอบเหลืองทอง สังขยาหวานกำลังดี ส่วนทาร์ตไข่นี้ เนื้อไข่ให้มาเต็มทาร์ต อารมณ์เหมือนกินไข่ตุ๋นแต่เป็นขนมหวานที่หอมและอร่อย กาแฟ White Coffee ละมุนลิ้นมาก อยากซื้อกลับมาฝาก แต่เพราะเป็นแบบ 3 in 1 เลยคิดว่าเก็บไว้เป็นสมบัติของมาเลเซียแล้วค่อยบินมากินเมื่อคิดถึงดีกว่า

นอกจากนั้นลุงยังลองอาหารคาว บะหมี่ผัดพริกมาอีกหนึ่งชามใหญ่ เส้นบะหมี่หนึบหนับ เครื่องปรุงถึงใจ จัดจ้านไม่แพ้บ้านเราเลย … ทั้งหมดนี้ไม่ได้อวดสรรพคุณเกินจริง Oriental Kopi อร่อยมากค่ะ อร่อยกว่าหลายร้านที่เคยกินในสิงคโปร์ คุณภาพอาหารก็ดี แพ็กเก็จจิ้งสินค้าที่ระลึกก็น่าซื้อ ทุกอย่างลงตัว จนแม้แต่ Uniqlo Malaysia ยังหยิบเอาร้านนี้ไป Collaboration ด้วยเลย !!! (ที่ตั้ง ศูนย์การค้า The Exchange TRX และ Pavilion KL หรือดูสาขาอื่นๆได้จากเว็ปไซต์ www.orientalkopi.asia/)
CALIA


เคยกินอาหารที่ CALIA ตอนไปเที่ยวเมลเบริน์ ออสเตรเลีย และก็ชอบร้านนี้มาก พอเห็นชื่อเดียวกันที่ชั้น 6 ของ Pavilion KL ก็จำได้ เลยลองดินเนอร์เบาๆสักมื้อ อาหารที่ CALIA เป็นอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่น สลัดผักคะน้าปลาแซลมอน ชาบูเท็ดดี้แบร์ และปลาย่างเกลือ ถึงแม้จะเป็นอาหารฟิวชั่นแต่รสชาติดีเหมือนต้นตำรับค่ะ ชาบูเท็ดดี้แบร์น่ารัก จนยอมตั้งแขนถ่ายแบบ time lapse อยู่หลายนาที น้ำซุปชาบูกลมกล่อมและนัวมาก กินกับข้าวสวยร้อนๆ ช่วยเคลียร์ท้องหลังจากกินหนักมาทั้งวัน (ที่ตั้ง ชั้น 6 Pavilion KL เปิด ปิด 12.00 – 22.00 น.)
Fuiyoh! It’s Uncle Roger


ทริปนี้เรามากับปอม แม่ครัวหัวป่าห์และนักชิมประจำกลุ่ม ทันทีที่ปอมเห็น Uncle Roger ก็ดีใจตาลุกวาว และหันมาบอกว่า ต้องกินร้านนี้ให้ได้เพราะติดตาม Uncle Roger บล็อกเกอร์นักวิจารณ์อาหารชื่อดังอยู่เสมอ
Fuiyoh! It’s Uncle Roger อยู่บนชั้น 7 ของ Pavilion Elite ในส่วนที่เชื่อมต่อกับศูนย์ใหญ่ ร้านตกแต่งด้วยสีส้มสะดุดตา ในร้านยังมีสินค้าของที่ระลึกของ Uncle Roger ขายอีกหลายอย่าง อาหารของร้านเน้นเป็นจาน “ข้าวผัด” เราสั่งมากินกันสองจาน คู่กับสเต๊ะไก่ และข้าวเกรียบทอด ข้าวผัดผัดได้ดี ข้าวสวยเรียงเมล็ด รสชาติใช้ได้ แต่ที่ทำให้สนุกก็เป็นสินค้าที่ระลึกของลุงโรเจอร์ กับรูปถ่ายไดคัทหน้าร้าน ซึ่ง FC ตัวจริงน่าจะถูกใจค่ะ (ที่ตั้ง ชั้น 7 Pavilion Elite เปิด ปิด 10.30 – 22.00 น. ทุกวัน www.fuiyohuncleroger.com)
Yellow Fin Horse


ในอาคารเฮอร์ริเทจเก่าแก่เกือบร้อยปีของย่านไชนาทาวน์ เป็นที่ตั้งของ Else Hotel โรงแรมเท่มีสไตล์ของกัวลาลัมเปอร์ ชั้นบนของโรงแรม เป็นคอนเซ็ปต์ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียน Yellow Fin Horse เน้นวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่น และนิยามตัวเองว่าเป็น “กลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนในบรรยากาศของอพาท์เมนต์”
เมนูวันนี้ เริ่มด้วย BURNT BUTTER PUMPKIN HUMMUS (28 RM) ราดด้วยเมเปิลไซรับหวานกับเมล็ดฟักทองกรอบมันส์ จานนี้อร่อยมาก จิ้มกินกับขนมปังกันสนุกสนาน ต่อด้วย WHOLE GRILLED FISH (89 RM), GRILLED SEA PRAWNS (92 RM) และ NUESTRO PAELLA (92 RM) ศิลปะบนจานสวยงามไม่น้อยหน้าที่ใดเลย ความอร่อยยังให้เต็มสิบ กินเสร็จยังเดินเล่นถ่ายรูปในโรงแรมเท่ๆได้อีก ร้านนี้ยกความดีความชอบให้ปอม เพื่อนรักที่เลือกร้านได้ไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ (ที่ตั้ง ELSE Hotel 145 Jalan Tun H S Lee, City Centre, 50000 Kuala Lumpur)
Bunn Choon Restaurant


เที่ยงนี้เรามากินติ่มซำกันในย่านไชนาทาวน์ Bunn Choon Restaurant เป็นร้านอาหารจีนเก่าแก่กว่าร้อยปีของย่านนี้ ด้วยความหิวหลังจากเดินสำรวจไชนาทาวน์ เราสั่งกันไม่อั้น เผือกทอด ฟองเต้าหูทอด ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขนมจีบ ฮะเก๋า ครบเซ็ตของติ่มซำ และก็พบว่าเมนูทอด Bunn Choon ทอดได้ดีมาก กรอบและอร่อย ก๋วยเตี๋ยวหลอดแป้งเลิศมาก ไม่เคยเจอมาก่อนที่แป้งพับเป็นชั้นๆนุ่มละมุนที่สุด ซาลาเปาไส้หมูแดงลูกใหญ่ก็อร่อยค่ะ ส่วนของนึ่งให้คะแนนคาบเส้น กินเสร็จยังเดินไปถ่ายรูปกับจิตรกรรมฝาผนังได้ต่อที่ตรอก Kwai Chai Hong อีกด้วย (ที่ตั้ง Lorong Panggung (Petaling Street) เปิด ปิด อังคาร – อาทิตย์ 7.30 – 15.30 น. ปิดวันจันทร์)
Madame Kwan’s – Truly Malaysia


อีกร้านอาหารเก่าแก่ของมาเลเซียที่สามีเคยมากินหลายครั้งตอนทำงานที่บริษัทเก่า วันนี้เรากลับมา Madame Kwan’s เพราะคิดถึงอาหารเพรานากัน และร้านนี้ก็อยู่ใกล้กับโรงแรมที่พักด้วย
ไม่น่าเชื่อว่าความนิยมของ Madame Kwan’s ยังคงป๊อปปูล่า ดูได้จากคิวหน้าร้านในช่วงมื้อเย็น ครัวเพรานากันจะเริ่มด้วย พริกซัมบัล (Sambal) และคาราแมนซี (Calamansi) เครื่องปรุงหลักที่วางตรงหน้า ก่อนอาหารจะมาถึง เราหยิบถุงขนม ข้าวเกรียบปลารสห่อหมก (Otak) มาแกล้มอาหาร พนักงานทยอยเสิร์ฟ Nasik Lemak, Char Kwey Tiew และ Mee Rebusจานโปรดคืนนี้ยกให้ Char Kwey Tiew เป็นอันดับหนึ่ง อร่อยไม่แพ้ผัดซีอิ้วของไทย ตามมาด้วย Nasik Lemak ข้าวมันกินคู่กับเครื่องเขียงนานาชนิด ใครชอบขนมคบเคี้ยวลองข้าวเกรียบค่ะ อร่อยเลย (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดินของ Pavilion KL หรือดูข้อมูลที่เว็บไซต์ www.madamkwans.com.my)
Hock Kee Kopitiam


ระหว่างที่เดินสำรวจถนนช้อปปิ้งย่าน Bukit Bintang ก็เจอกับคิวของ Hock Kee Kopitiam ที่ยาวออกมาถึงถนน เลยปักหมุดไว้ว่าจะกลับมาชิมให้ได้ และเย็นวันนี้หลังจากผิดหวังจาก Oriental Kopi ที่คิวยาวมากค่ะ เราก็พาปอมและลูกสาวมากินอาหารที่ Hock Kee Kopitiam ร้านนี้ขายอาหารเพรานากัน เราสั่ง Nask Lemak มาให้เพื่อนชิม และสั่ง Mee Siam เมนูโปรดสำหรับตัวเอง Mee Siam ที่มาเลเซียต่างจากที่เคยกินในสิงคโปร์เพราะจะเป็นเวอร์ชั่นผัดแห้ง ไม่ใช่เส้นหมี่ในน้ำคลุกคลิกเหมือนที่สิงคโปร์ นอกจากนั้นยังซื้อ Pineapple Tart มาชิม รสชาติอาหารอร่อย สอบผ่านค่ะ แต่เบเกอร์รี่ได้คะแนนนำ ทั้งทาร์ตไข่และทาร์ตสับปะรดหอมเนยและหวานกำลังดี (https://hockkeegroup.com)
Mon Chinese Beef Roti

ในห้องกระจก เชฟแต่ละคนรับหน้าที่คนละอย่าง คนแรกนวดแป้ง คนสองใส่ไส้และบรรจงจัดวางอย่างดี ก่อนจะส่งต่อให้กับคนที่สาม มือทอดในกระทะแบนขนาดใหญ่ ทอดจนแป้งกลายเป็นสีเหลืองทอง และนั่นก็คือ Mon Chinese Roti หรือโรตีสอดไส้ที่จะแนะนำวันนี้ค่ะ
เราเจอ Mon Chinese Beef Roti ที่ชั้นใต้ดินของ Pavilion KL โรตีทอดแป้งกลมๆนี้มีให้เลือกสองไส้ เนื้อ หรือไก่ คิวช่วงเย็นค่อนข้างยาว เราเลยมาดักซื้อก่อนเที่ยงวันถัดไป กัดคำแรกก็ถึงไส้ที่หอมอร่อยและกลมกล่อม เดาว่าเป็นเครื่องเทศผสมกับหอมหัวใหญ่ ใจจริงอยากกินหมดทั้งชิ้นแต่เกรงใจตัวเอง เลยกินแค่ครึ่งที่เหลือส่งให้ลุงกินต่อ โรตีทอดกลมๆนี้น่าจะเป็น Street Food ที่เจอได้ทั่วไปในมาเลเซีย ส่วนตัวชอบมากๆค่ะ กลับมาไทยยังคิดถึงอยู่เลย (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดิน Pavilion KL เปิด ปิด 10.00 – 20.00 น. ทุกวัน)
Sister Crispy Popiah

เสี้ยวหนึ่งของเราก็มีเชื้อสายเพรานากันอยู่ เพราะคุณย่าเป็นคนภูเก็ต อาหารของที่บ้านตั้งแต่จำความได้ ก็จะมีผัดหมี่ฮกเกี้ยน หมี่ซั่วในน้ำซุป และปอเปี๊ยะสไตล์ภูเก็ต วันนี้เดินมาเจอซุ้มปอเปี๊ยะที่กัวลาลัมเปอร์ ชะโงกหน้าไปดูส่วนผสมแล้วก็ยิ้มแก้มปริเพราะนี่คือปอเปี๊ยะสไตล์ภูเก็ตที่คุณย่าเคยทำให้กินตั้งแต่เด็ก เลยจัดไปหนึ่งชิ้นในกล่องกระดาษกินง่าย เราสั่งรสออริจินัลแบบดั้งเดิม แป้งโรตีสองแผ่นปาดด้วยน้ำซอสและพริกซัมบัล ไส้ปอเปี๊ยะทำจากมันแกวผัดและนำไปเคี่ยว เติมผักสด โปรยถั่ว และ เอกลักษณ์ของร้านจะใส่เกร็ดแป้งทอดเข้าไปด้วย เลยเป็นที่มาของชื่อ Crispy Popiah กัดคำแรกก็นึกย้อนถึงรสชาติในวัยเด็กที่ไม่ได้กินมาเกือบสิบกว่าปี ความกลมมนยังกรุ่นอยู่ในปาก นี่แหล่ะปอเปี๊ยะที่ตามหามานานกว่าทศวรรษ (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดิน Pavilion KL หรือดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://sisterscrispypopiah.com/)
Niko Neko Matcha


กระแสของมัทฉะกำลังแรง เพื่อนปอมเลยสรรหาจนเจอกับ Niko Neko Matcha ร้านมัทฉะยืนหนึ่งของกัวลาลัมเปอร์ คาเฟ่นี้อยู่ในย่านไชน่าทาวน์ ตกแต่งเท่ๆ คล้ายแกลลอลี่งานศิลปะ โชคดีวันนี้คิวน้อย เลยได้โต๊ะนั่งจิบมัทฉะ พักร้อนในห้องแอร์เย็นสบาย ใครเป็นสายสีเขียว ลองแวะมาค่ะ Niko Neko Matcha ยังมีสินค้าขาย ผงมัทฉะมีให้เลือก 4 ชนิด คัดสรรมาอย่างดีจากญี่ปุ่นค่ะ (ที่ตั้ง 82A, Lorong Maarof, Bangsar Park ไชน่าทาวน์ www.nikonekomatcha.com)
Cookiecrumbs


หลังจากเช็คอินที่โรงแรมเสร็จ ก็ตรงดิ่งมาที่ Pavilion KL ศูนย์การค้าตรงข้ามโรงแรม เพื่อมาชิม Cookiecrumbs ร้านคุกกี้ดังของมาเลเซียที่ปักหมุดไว้เป็นร้านแรก เราใช้เวลาคลำทางอยู่สักพัก จนมาเจอร้านคุกกี้สีแดง ตกแต่งสไตล์ร้านขนมในยุโรปน่ารักมาก กลิ่นหอมของคุ๊กกี้อบใหม่โชยทั่วชั้นใต้ดินของ Pavilion Connection
เรากลับไปที่ Cookiecrumbs สองวัน เลยได้ชิมหลายรสชาติ เริ่มจาก THE OG Classic Dark Choc Chip และ Pistachio Kanufa ซึ่งเป็นรสชาติคลาสสิกของร้าน เจ้า OG Dark Choc อร่อยมาก เป็นซอฟท์คุกกี้ชิ้นหนาใหญ่หอมเนย ตัดหวานจัดด้วยช็อกโกแล็ตขมๆ อีกรสชาติ Sea Salt Choc Chip Walnut ก็ดีค่ะ คุกกี้หวานมันส์ที่แทรกความเค็มนิดๆ หรือจะเป็น Red Velvet รสพิเศษสอดไส้ครีมชีสก็ดีงาม ก่อนบินกลับเลยแวะมาขน Cookiecrumbs กลับกรุงเทพ 3 กล่อง เก็บไว้ได้ประมาณ 5-7 วัน แบ่งปันความอ้วนให้คนที่เรารักค่ะ (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดิน Pavilion KL ชิ้นละ 10-12 RM หรือกล่องละ 6 ชิ้น ประมาณ 67 RM หรือ 550 – 600 บาท ข้อมูลที่ตั้งของร้านดูได้จากเว็บไซต์
https://cookiecrumbs.co)
Llao llao

ถัดจากคุกกี้ เราก็มาเติมความหวานกันต่อที่ llao llao โยเกริต์ร้านโปรดต้นกำเนิดจากสเปน เราหลงรัก llao llao ตั้งแต่สิงคโปร์ พอรู้ว่ามีสาขาที่มาเลเซียก็ตั้งใจมากินตั้งแต่วันแรก เจ้า Soft Yogurt ของร้านนี้มีเอกลักษณ์ที่ความหอมและครีมมี่ กินเพียวๆไม่เติมท๊อปปิ้งก็อร่อยมากอยู่แล้ว แต่ถ้าสั่งถ้วยกลางจะมีแถมท๊อปปิ้ง 2 ชนิด แนะนำให้เลือกผลไม้กับซีเรียลค่ะ จะได้ช่วยเติมรสชาติให้ครบทั้งเปรี้ยว หวาน และมันส์ (ที่ตั้ง ชั้น 1 ตรง Pavilion Connection หรือข้อมูลในเว็บไซต์ www.llaollaoweb.com/en)
Beryl’s

สิบปีก่อนเคยซื้อ Beryl’s ช็อกโกแล็ตกิน แพ็คเก็จจิ้งตอนนั้นเป็นกระปุกพลาสติกแล้วก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร่ ทริปนี้มาเจอ Beryl’s โฉมใหม่ในซูเปอร์มาร์เก็ต สินค้าดูอินเตอร์ขึ้น และยังมีหลายรสชาติให้เลือก เลยหยิบกล่อง Tiramisu สอดไส้อัลมอลด์ กับ Dark Chocolate มาชิม กลับถึงไทย แกะกิน อุ้ย … อร่อยค่ะ ช็อกโกแล็ตให้รสสัมผัสดี Milk Chocolate Tiramisu อัลมอลด์ ชอบมากๆ ส่วนดาร์กช็อกลุงก็บอกว่าใช้ได้ Beryl’s ยุคนี้เหมาะกับเป็นของฝากที่สุด ใครไปมาเลเซีย เลี้ยว เข้าซูเปอร์มาร์เก็ต มี Beryl’s Shelf ให้เลือกกันหลายชนิด ราคาก็ไม่แพง กล่องละ 80 – 200 บาทเท่านั้นค่ะ (https://berylschocolate.com/)
22 Jul 2026
0 Comments
Food Journey in Kuala Lumpur !!!
บล็อกกัวลาลัมเปอร์ตอนที่สอง เป็นเรื่องราวของอาหารการกิน บล็อกนี้รวบรวมร้านอาหาร และคาเฟ่ที่เรากินกัน 4 วันมาแนะนำ ทั้งหมด 13 ร้านค่ะ มีทั้งครัวจีน ครัวเพรานากัน (Peranakan) อาหารฝรั่ง คาเฟ่ และขนม ร้านอาหารในกัวลาลัมเปอร์บรรยากาศดี ตกแต่งสวย สะอาดสะอ้าน และที่สำคัญราคาอาหารรวมๆแล้วถูกกว่ากรุงเทพด้วยค่ะ
Oriental Kopi
ร้านแรกเป็นร้านอาหารเชนชื่อดังของมาเลเซียที่มีแฟนคลับหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ Oriental Kopi โดดเด่นตั้งแต่การแต่งร้าน เหมือนย้อนกลับไปในยุคสภากาแฟ ดูวินเทจ เรามากินอาหารเช้าที่สาขา The Exchange TRX เพราะคนน้อย ไม่ต้องรอคิวนาน สั่ง Oriental Polo Bun ขนมปังนุ่มกลมคล้าย Pineapple Bun ของฮ่องกง เสิรฟ์มาพร้อมเนย และนมข้นหวาน ราคา 8.90 RM กับ Butter Kaya Toast Coconut 5.90 RM แล้วก็ไม่ลืม Egg Tart ที่ร้านเคลมไว้ว่าขายได้ดีที่สุดในประเทศมาชิมด้วย
ส่วนเครื่องดื่ม เราสั่ง Kopi Butter ที่มาพร้อมกับเนยหนึ่งชิ้น 7.80 RM และ White Coffee กาแฟเด็ดของร้าน ที่ผสมรวมเมล็ดกาแฟ 3 ชนิด Robusta/ Arabica/ Liberica เข้าไว้ด้วยกัน ทุกอย่างวางอยู่ตรงหน้า พิธีการชิมก็เริ่มขึ้น Oriental Polo Bun นุ่มเหนียวและกรุ่นเนยหอมมาก อร่อยจนต้องสั่งมากินอีกชิ้น !!! Kaya Toast ขนมปังสังขยาเป็นขนมปังอบกรอบเหลืองทอง สังขยาหวานกำลังดี ส่วนทาร์ตไข่นี้ เนื้อไข่ให้มาเต็มทาร์ต อารมณ์เหมือนกินไข่ตุ๋นแต่เป็นขนมหวานที่หอมและอร่อย กาแฟ White Coffee ละมุนลิ้นมาก อยากซื้อกลับมาฝาก แต่เพราะเป็นแบบ 3 in 1 เลยคิดว่าเก็บไว้เป็นสมบัติของมาเลเซียแล้วค่อยบินมากินเมื่อคิดถึงดีกว่า
นอกจากนั้นลุงยังลองอาหารคาว บะหมี่ผัดพริกมาอีกหนึ่งชามใหญ่ เส้นบะหมี่หนึบหนับ เครื่องปรุงถึงใจ จัดจ้านไม่แพ้บ้านเราเลย … ทั้งหมดนี้ไม่ได้อวดสรรพคุณเกินจริง Oriental Kopi อร่อยมากค่ะ อร่อยกว่าหลายร้านที่เคยกินในสิงคโปร์ คุณภาพอาหารก็ดี แพ็กเก็จจิ้งสินค้าที่ระลึกก็น่าซื้อ ทุกอย่างลงตัว จนแม้แต่ Uniqlo Malaysia ยังหยิบเอาร้านนี้ไป Collaboration ด้วยเลย !!! (ที่ตั้ง ศูนย์การค้า The Exchange TRX และ Pavilion KL หรือดูสาขาอื่นๆได้จากเว็ปไซต์ www.orientalkopi.asia/)
CALIA
เคยกินอาหารที่ CALIA ตอนไปเที่ยวเมลเบริน์ ออสเตรเลีย และก็ชอบร้านนี้มาก พอเห็นชื่อเดียวกันที่ชั้น 6 ของ Pavilion KL ก็จำได้ เลยลองดินเนอร์เบาๆสักมื้อ อาหารที่ CALIA เป็นอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่น สลัดผักคะน้าปลาแซลมอน ชาบูเท็ดดี้แบร์ และปลาย่างเกลือ ถึงแม้จะเป็นอาหารฟิวชั่นแต่รสชาติดีเหมือนต้นตำรับค่ะ ชาบูเท็ดดี้แบร์น่ารัก จนยอมตั้งแขนถ่ายแบบ time lapse อยู่หลายนาที น้ำซุปชาบูกลมกล่อมและนัวมาก กินกับข้าวสวยร้อนๆ ช่วยเคลียร์ท้องหลังจากกินหนักมาทั้งวัน (ที่ตั้ง ชั้น 6 Pavilion KL เปิด ปิด 12.00 – 22.00 น.)
Fuiyoh! It’s Uncle Roger
ทริปนี้เรามากับปอม แม่ครัวหัวป่าห์และนักชิมประจำกลุ่ม ทันทีที่ปอมเห็น Uncle Roger ก็ดีใจตาลุกวาว และหันมาบอกว่า ต้องกินร้านนี้ให้ได้เพราะติดตาม Uncle Roger บล็อกเกอร์นักวิจารณ์อาหารชื่อดังอยู่เสมอ
Fuiyoh! It’s Uncle Roger อยู่บนชั้น 7 ของ Pavilion Elite ในส่วนที่เชื่อมต่อกับศูนย์ใหญ่ ร้านตกแต่งด้วยสีส้มสะดุดตา ในร้านยังมีสินค้าของที่ระลึกของ Uncle Roger ขายอีกหลายอย่าง อาหารของร้านเน้นเป็นจาน “ข้าวผัด” เราสั่งมากินกันสองจาน คู่กับสเต๊ะไก่ และข้าวเกรียบทอด ข้าวผัดผัดได้ดี ข้าวสวยเรียงเมล็ด รสชาติใช้ได้ แต่ที่ทำให้สนุกก็เป็นสินค้าที่ระลึกของลุงโรเจอร์ กับรูปถ่ายไดคัทหน้าร้าน ซึ่ง FC ตัวจริงน่าจะถูกใจค่ะ (ที่ตั้ง ชั้น 7 Pavilion Elite เปิด ปิด 10.30 – 22.00 น. ทุกวัน www.fuiyohuncleroger.com)
Yellow Fin Horse
ในอาคารเฮอร์ริเทจเก่าแก่เกือบร้อยปีของย่านไชนาทาวน์ เป็นที่ตั้งของ Else Hotel โรงแรมเท่มีสไตล์ของกัวลาลัมเปอร์ ชั้นบนของโรงแรม เป็นคอนเซ็ปต์ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียน Yellow Fin Horse เน้นวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่น และนิยามตัวเองว่าเป็น “กลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนในบรรยากาศของอพาท์เมนต์”
เมนูวันนี้ เริ่มด้วย BURNT BUTTER PUMPKIN HUMMUS (28 RM) ราดด้วยเมเปิลไซรับหวานกับเมล็ดฟักทองกรอบมันส์ จานนี้อร่อยมาก จิ้มกินกับขนมปังกันสนุกสนาน ต่อด้วย WHOLE GRILLED FISH (89 RM), GRILLED SEA PRAWNS (92 RM) และ NUESTRO PAELLA (92 RM) ศิลปะบนจานสวยงามไม่น้อยหน้าที่ใดเลย ความอร่อยยังให้เต็มสิบ กินเสร็จยังเดินเล่นถ่ายรูปในโรงแรมเท่ๆได้อีก ร้านนี้ยกความดีความชอบให้ปอม เพื่อนรักที่เลือกร้านได้ไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ (ที่ตั้ง ELSE Hotel 145 Jalan Tun H S Lee, City Centre, 50000 Kuala Lumpur)
Bunn Choon Restaurant
เที่ยงนี้เรามากินติ่มซำกันในย่านไชนาทาวน์ Bunn Choon Restaurant เป็นร้านอาหารจีนเก่าแก่กว่าร้อยปีของย่านนี้ ด้วยความหิวหลังจากเดินสำรวจไชนาทาวน์ เราสั่งกันไม่อั้น เผือกทอด ฟองเต้าหูทอด ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขนมจีบ ฮะเก๋า ครบเซ็ตของติ่มซำ และก็พบว่าเมนูทอด Bunn Choon ทอดได้ดีมาก กรอบและอร่อย ก๋วยเตี๋ยวหลอดแป้งเลิศมาก ไม่เคยเจอมาก่อนที่แป้งพับเป็นชั้นๆนุ่มละมุนที่สุด ซาลาเปาไส้หมูแดงลูกใหญ่ก็อร่อยค่ะ ส่วนของนึ่งให้คะแนนคาบเส้น กินเสร็จยังเดินไปถ่ายรูปกับจิตรกรรมฝาผนังได้ต่อที่ตรอก Kwai Chai Hong อีกด้วย (ที่ตั้ง Lorong Panggung (Petaling Street) เปิด ปิด อังคาร – อาทิตย์ 7.30 – 15.30 น. ปิดวันจันทร์)
Madame Kwan’s – Truly Malaysia
อีกร้านอาหารเก่าแก่ของมาเลเซียที่สามีเคยมากินหลายครั้งตอนทำงานที่บริษัทเก่า วันนี้เรากลับมา Madame Kwan’s เพราะคิดถึงอาหารเพรานากัน และร้านนี้ก็อยู่ใกล้กับโรงแรมที่พักด้วย
ไม่น่าเชื่อว่าความนิยมของ Madame Kwan’s ยังคงป๊อปปูล่า ดูได้จากคิวหน้าร้านในช่วงมื้อเย็น ครัวเพรานากันจะเริ่มด้วย พริกซัมบัล (Sambal) และคาราแมนซี (Calamansi) เครื่องปรุงหลักที่วางตรงหน้า ก่อนอาหารจะมาถึง เราหยิบถุงขนม ข้าวเกรียบปลารสห่อหมก (Otak) มาแกล้มอาหาร พนักงานทยอยเสิร์ฟ Nasik Lemak, Char Kwey Tiew และ Mee Rebusจานโปรดคืนนี้ยกให้ Char Kwey Tiew เป็นอันดับหนึ่ง อร่อยไม่แพ้ผัดซีอิ้วของไทย ตามมาด้วย Nasik Lemak ข้าวมันกินคู่กับเครื่องเขียงนานาชนิด ใครชอบขนมคบเคี้ยวลองข้าวเกรียบค่ะ อร่อยเลย (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดินของ Pavilion KL หรือดูข้อมูลที่เว็บไซต์ www.madamkwans.com.my)
Hock Kee Kopitiam
ระหว่างที่เดินสำรวจถนนช้อปปิ้งย่าน Bukit Bintang ก็เจอกับคิวของ Hock Kee Kopitiam ที่ยาวออกมาถึงถนน เลยปักหมุดไว้ว่าจะกลับมาชิมให้ได้ และเย็นวันนี้หลังจากผิดหวังจาก Oriental Kopi ที่คิวยาวมากค่ะ เราก็พาปอมและลูกสาวมากินอาหารที่ Hock Kee Kopitiam ร้านนี้ขายอาหารเพรานากัน เราสั่ง Nask Lemak มาให้เพื่อนชิม และสั่ง Mee Siam เมนูโปรดสำหรับตัวเอง Mee Siam ที่มาเลเซียต่างจากที่เคยกินในสิงคโปร์เพราะจะเป็นเวอร์ชั่นผัดแห้ง ไม่ใช่เส้นหมี่ในน้ำคลุกคลิกเหมือนที่สิงคโปร์ นอกจากนั้นยังซื้อ Pineapple Tart มาชิม รสชาติอาหารอร่อย สอบผ่านค่ะ แต่เบเกอร์รี่ได้คะแนนนำ ทั้งทาร์ตไข่และทาร์ตสับปะรดหอมเนยและหวานกำลังดี (https://hockkeegroup.com)
Mon Chinese Beef Roti
ในห้องกระจก เชฟแต่ละคนรับหน้าที่คนละอย่าง คนแรกนวดแป้ง คนสองใส่ไส้และบรรจงจัดวางอย่างดี ก่อนจะส่งต่อให้กับคนที่สาม มือทอดในกระทะแบนขนาดใหญ่ ทอดจนแป้งกลายเป็นสีเหลืองทอง และนั่นก็คือ Mon Chinese Roti หรือโรตีสอดไส้ที่จะแนะนำวันนี้ค่ะ
เราเจอ Mon Chinese Beef Roti ที่ชั้นใต้ดินของ Pavilion KL โรตีทอดแป้งกลมๆนี้มีให้เลือกสองไส้ เนื้อ หรือไก่ คิวช่วงเย็นค่อนข้างยาว เราเลยมาดักซื้อก่อนเที่ยงวันถัดไป กัดคำแรกก็ถึงไส้ที่หอมอร่อยและกลมกล่อม เดาว่าเป็นเครื่องเทศผสมกับหอมหัวใหญ่ ใจจริงอยากกินหมดทั้งชิ้นแต่เกรงใจตัวเอง เลยกินแค่ครึ่งที่เหลือส่งให้ลุงกินต่อ โรตีทอดกลมๆนี้น่าจะเป็น Street Food ที่เจอได้ทั่วไปในมาเลเซีย ส่วนตัวชอบมากๆค่ะ กลับมาไทยยังคิดถึงอยู่เลย (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดิน Pavilion KL เปิด ปิด 10.00 – 20.00 น. ทุกวัน)
Sister Crispy Popiah
เสี้ยวหนึ่งของเราก็มีเชื้อสายเพรานากันอยู่ เพราะคุณย่าเป็นคนภูเก็ต อาหารของที่บ้านตั้งแต่จำความได้ ก็จะมีผัดหมี่ฮกเกี้ยน หมี่ซั่วในน้ำซุป และปอเปี๊ยะสไตล์ภูเก็ต วันนี้เดินมาเจอซุ้มปอเปี๊ยะที่กัวลาลัมเปอร์ ชะโงกหน้าไปดูส่วนผสมแล้วก็ยิ้มแก้มปริเพราะนี่คือปอเปี๊ยะสไตล์ภูเก็ตที่คุณย่าเคยทำให้กินตั้งแต่เด็ก เลยจัดไปหนึ่งชิ้นในกล่องกระดาษกินง่าย เราสั่งรสออริจินัลแบบดั้งเดิม แป้งโรตีสองแผ่นปาดด้วยน้ำซอสและพริกซัมบัล ไส้ปอเปี๊ยะทำจากมันแกวผัดและนำไปเคี่ยว เติมผักสด โปรยถั่ว และ เอกลักษณ์ของร้านจะใส่เกร็ดแป้งทอดเข้าไปด้วย เลยเป็นที่มาของชื่อ Crispy Popiah กัดคำแรกก็นึกย้อนถึงรสชาติในวัยเด็กที่ไม่ได้กินมาเกือบสิบกว่าปี ความกลมมนยังกรุ่นอยู่ในปาก นี่แหล่ะปอเปี๊ยะที่ตามหามานานกว่าทศวรรษ (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดิน Pavilion KL หรือดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://sisterscrispypopiah.com/)
Niko Neko Matcha
กระแสของมัทฉะกำลังแรง เพื่อนปอมเลยสรรหาจนเจอกับ Niko Neko Matcha ร้านมัทฉะยืนหนึ่งของกัวลาลัมเปอร์ คาเฟ่นี้อยู่ในย่านไชน่าทาวน์ ตกแต่งเท่ๆ คล้ายแกลลอลี่งานศิลปะ โชคดีวันนี้คิวน้อย เลยได้โต๊ะนั่งจิบมัทฉะ พักร้อนในห้องแอร์เย็นสบาย ใครเป็นสายสีเขียว ลองแวะมาค่ะ Niko Neko Matcha ยังมีสินค้าขาย ผงมัทฉะมีให้เลือก 4 ชนิด คัดสรรมาอย่างดีจากญี่ปุ่นค่ะ (ที่ตั้ง 82A, Lorong Maarof, Bangsar Park ไชน่าทาวน์ www.nikonekomatcha.com)
Cookiecrumbs
หลังจากเช็คอินที่โรงแรมเสร็จ ก็ตรงดิ่งมาที่ Pavilion KL ศูนย์การค้าตรงข้ามโรงแรม เพื่อมาชิม Cookiecrumbs ร้านคุกกี้ดังของมาเลเซียที่ปักหมุดไว้เป็นร้านแรก เราใช้เวลาคลำทางอยู่สักพัก จนมาเจอร้านคุกกี้สีแดง ตกแต่งสไตล์ร้านขนมในยุโรปน่ารักมาก กลิ่นหอมของคุ๊กกี้อบใหม่โชยทั่วชั้นใต้ดินของ Pavilion Connection
เรากลับไปที่ Cookiecrumbs สองวัน เลยได้ชิมหลายรสชาติ เริ่มจาก THE OG Classic Dark Choc Chip และ Pistachio Kanufa ซึ่งเป็นรสชาติคลาสสิกของร้าน เจ้า OG Dark Choc อร่อยมาก เป็นซอฟท์คุกกี้ชิ้นหนาใหญ่หอมเนย ตัดหวานจัดด้วยช็อกโกแล็ตขมๆ อีกรสชาติ Sea Salt Choc Chip Walnut ก็ดีค่ะ คุกกี้หวานมันส์ที่แทรกความเค็มนิดๆ หรือจะเป็น Red Velvet รสพิเศษสอดไส้ครีมชีสก็ดีงาม ก่อนบินกลับเลยแวะมาขน Cookiecrumbs กลับกรุงเทพ 3 กล่อง เก็บไว้ได้ประมาณ 5-7 วัน แบ่งปันความอ้วนให้คนที่เรารักค่ะ (ที่ตั้ง ชั้นใต้ดิน Pavilion KL ชิ้นละ 10-12 RM หรือกล่องละ 6 ชิ้น ประมาณ 67 RM หรือ 550 – 600 บาท ข้อมูลที่ตั้งของร้านดูได้จากเว็บไซต์
https://cookiecrumbs.co)
Llao llao
ถัดจากคุกกี้ เราก็มาเติมความหวานกันต่อที่ llao llao โยเกริต์ร้านโปรดต้นกำเนิดจากสเปน เราหลงรัก llao llao ตั้งแต่สิงคโปร์ พอรู้ว่ามีสาขาที่มาเลเซียก็ตั้งใจมากินตั้งแต่วันแรก เจ้า Soft Yogurt ของร้านนี้มีเอกลักษณ์ที่ความหอมและครีมมี่ กินเพียวๆไม่เติมท๊อปปิ้งก็อร่อยมากอยู่แล้ว แต่ถ้าสั่งถ้วยกลางจะมีแถมท๊อปปิ้ง 2 ชนิด แนะนำให้เลือกผลไม้กับซีเรียลค่ะ จะได้ช่วยเติมรสชาติให้ครบทั้งเปรี้ยว หวาน และมันส์ (ที่ตั้ง ชั้น 1 ตรง Pavilion Connection หรือข้อมูลในเว็บไซต์ www.llaollaoweb.com/en)
Beryl’s
สิบปีก่อนเคยซื้อ Beryl’s ช็อกโกแล็ตกิน แพ็คเก็จจิ้งตอนนั้นเป็นกระปุกพลาสติกแล้วก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร่ ทริปนี้มาเจอ Beryl’s โฉมใหม่ในซูเปอร์มาร์เก็ต สินค้าดูอินเตอร์ขึ้น และยังมีหลายรสชาติให้เลือก เลยหยิบกล่อง Tiramisu สอดไส้อัลมอลด์ กับ Dark Chocolate มาชิม กลับถึงไทย แกะกิน อุ้ย … อร่อยค่ะ ช็อกโกแล็ตให้รสสัมผัสดี Milk Chocolate Tiramisu อัลมอลด์ ชอบมากๆ ส่วนดาร์กช็อกลุงก็บอกว่าใช้ได้ Beryl’s ยุคนี้เหมาะกับเป็นของฝากที่สุด ใครไปมาเลเซีย เลี้ยว เข้าซูเปอร์มาร์เก็ต มี Beryl’s Shelf ให้เลือกกันหลายชนิด ราคาก็ไม่แพง กล่องละ 80 – 200 บาทเท่านั้นค่ะ (https://berylschocolate.com/)
Related Posts: