Disney Cruise Adventure : Activity and Fun Park

เรือสำราญลำนี้มีทั้งหมด 7 โซน คล้ายกับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่แบ่งเป็นธีมต่างๆ การแสดงบนเวทีกลางแจ้งมีทั้งหมด 5 เรื่อง โชว์ระดับบรอดเวย์ในโรงละครอีก 2 เรื่อง พลุยามค่ำคืน 1 รอบ ยังไม่นับกิจกรรมยิบย่อยที่เสิร์ฟความบันเทิงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เช่น ให้แฟนคลับแข่งตอบคำถามดิสนีย์ สอนวาดรูปการ์ตูน สอนพับผ้าเช็ดตัว ร้องคาราโอเกะ หรือบิงโก เกมส์ลุ้นเงินรางวัลถึง 10,000 เหรียญ ที่สนุกจนเรายอมจ่ายเงินไปเสี่ยงดวงกัน 2 วันติด  !!!

โซนแรกและเป็นโซนหลัก ตั้งอยู่ที่ชั้น 10 ตรงกลางเรือ เป็นลานกลางแจ้ง ที่ตั้งของ “Disney Imagination Garden” มีเวทีใหญ่จัดแสดงโชว์สนุกๆ เช่น โชว์เปิดก่อนเดินเรือที่เหล่าคาแรคเตอร์จะออกมาเต้น เร้าอารมณ์ทุกคนกับ  Let’s Set Sail และ Avengers Assemble โชว์ที่รวมฮีโร่มาร์เวล สไปเดอร์แมน กับตันอเมริกา แอนท์แมน และตัวอื่นๆอีกมากมาย โชว์นี้มีแสงสีเสียงและเอฟเฟค์ประกอบตื่นเต้น ลุงบอกสนุกมาก ทำได้ดี เลยมาเกาะติดเวทีดูถึง 2 รอบ นอกจากนั้น โซนนี้ยังมีรูปปั้นมิกกี้เมาส์กับฉากหลังปราสาทเจ้าหญิง สัญลักษณ์ของดิสนีย์ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วยค่ะ

และถ้าเดินต่อไปทางด้านหลังของเรือ จะเจอกับ “Disney Discovery Reef” โซนปะการังใต้ทะเล ที่ตอนกลางคืนจะเรืองแสง เป็นโซนที่สวยงามเหมือนดำดิ่งลงในท้องทะเล เราชอบโซนนี้มากที่สุด เพราะสวยและสงบ รอบๆยังมีร้านอาหาร Quick Bites นั่งสบายๆ ปลายทางมีร้านอาหารพิเศษที่ไม่รวมในแพ็คเก็จ

สุดท้ายของชั้น 10 เป็นโซนของ  “Wayfinder Bay” มีเวทีเล็กๆจัดแสดง Moana : Call of the Sea ที่นักร้องเสียงใสกิ๊ก แต่แดดแรงจัด ใครจะไปดูเตรียมอุปกรณ์กันแดดไปให้ครบ เวทีนี้ ตอนกลางคืนเปลี่ยนเป็นฟิลเพลงแจ๊ซให้ผู้ใหญ่ฟัง เรียกว่ากิจกรรมมีครบทุกจุด และเหมาะกับทุกเพศทุกวัยจริงๆค่ะ

จากนั้นเราขึ้นไปที่ชั้น 17 ซึ่งเป็นดาดฟ้าของเรือ และเป็นที่ตั้งของ “Toy Story Place” สวนน้ำ สระว่ายน้ำ และสไลเดอร์กลางทะเล สังเกตว่าจุดนี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวอินเดียมากเป็นพิเศษ

เดินต่อไปจะเจอกับ “Marvel Landing” โซนท๊อปฮิตของสายฮาร์คคอร์กับรถไฟเหาะกลางทะเล Ironcycle ที่พวกเราอดเล่นเพราะกดรับสิทธิ์ไม่ทัน ส่วนเด็กๆถ้ามาที่ “Marvel Landing” ยังมีรถบัมบ์ Quantum Racers และ Groot Galaxy Spin ให้เล่น แนะนำว่า ควรมาเล่นตั้งแต่เช้า หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะชั้น 17 แดดแรงมาก ยิ่งอยู่กลางทะเล ไร้ร่มเงาของต้นไม้ แดดร้อนแผดเผาทุกรูขุมขนจริงๆค่ะ

กลับลงมาในเรือกันบ้าง ชั้น 5 มีร้านขายของและ “San Fransokyo Street” โซนที่แต่งเป็นถนนหนทางในโตเกียวผสานกับซานฟรานซิสโก ภายในนี้มีเกมส์อาเขตให้เล่นฟรี หรือถ้าใครอยากดูหนังดิสนีย์ก็ชมได้ที่โรงหนังด้านใน แนะนำให้ไปก่อนเวลาฉายหนัง เพราะเก้าอี้มีจำกัด คนจีนมักไปจับจองที่นั่งก่อนหนังเริ่มประมาณ 20-30 นาที แต่ถ้าใครไม่อยากเจอความวุ่นวายในโรงหนัง ก็กลับมาดูทีวีจอยักษ์ที่ห้องพักได้ หนังดิสนีย์ และการแสดงต่างๆของเรือ มีให้ชมฟรี ไม่อั้น บนโซฟาส่วนตัวในห้องแอร์เย็นฉ่ำ

ส่วนชั้น 6 คือโลกของเจ้าหญิงกับโซน “Town Square” ที่ตกแต่งอลังการคล้ายโถงในปราสาท เราฟังดนตรีสดกันที่เวทีนี้ ส่วนกลางคืนก็จะมีดนตรี กับกิจกรรมสนุกของผู้ใหญ่ในยามที่เด็กๆเข้านอนแล้ว

ชั้นนี้ยังมี “โรงละครระดับบรอด์เวย์” ซึ่งโชว์ที่ห้ามพลาด a must เลย ก็คือ REMEMBER เพราะนอกจากจะรวบรวมเจ้าหญิงดิสนีย์ในตำนานแล้ว ยังมีเพลงดัง รวม Frozen เรียงร้อยเข้าด้วยกัน ประกอบกับแสง สีและเสียง เป็นโชว์คืนปิดที่พวกเราประทับใจกันมากๆ (ในโรงละครห้ามถ่ายรูปหรือวิดีโอ เลยไม่มีภาพประกอบค่ะ)

D Lounge ห้องเล่นบิงโก ที่เราไปเสี่ยงโชคสองวันติด และกลางคืนเปลี่ยนเป็นคาราโอเกะ ให้แขกขึ้นไปร้องเพลงโชว์ค่ะ

บาร์สวยที่อยู่ตามชั้นต่างๆของเรือ

ร้านขายของ World of Disney ที่ชั้น 7 ชำระด้วย Key Card ของห้อง ก่อนลงเรือ ขอใบสรุปยอดได้

ห้องซักรีด ที่อยู่หน้าห้องนอนเราพอดี เดินออกไปรีดผ้าทุกวันเลยค่ะ บนเรือห้ามเอาเตารีดขึ้น ให้มารีดที่ห้องนี้ชั้น 16

สุดท้ายแล้ว … ในค่ำคืนที่สองของการล่องเรือ จะมีการแสดงพลุ “The Lion King : Celebration in the Sky” ตอนสี่ทุ่มครึ่ง หลายคนมาจับจองที่นั่งเป็นชั่วโมง แต่เรามาก่อนแค่ 10 นาที ไปยืนดูอยู่กลางลานชั้น 17 ด้านหลังของเก้าอี้ที่จัดให้แขกพิเศษ  ก็จะเห็นพลุจากหัวเรือและท้ายเรือยิงมาบรรจบกัน

ตลอดการแสดงประมาณ 10 นาที เพลงประกอบหนัง Lion King และพลุที่ยิงออกมาตามจังหวะ ทำเอาเราน้ำตาปริ่ม เพราะนี่คือกลางทะเล บนเรือสำราญ Disney Cruise Adventure โลกเมจิคัลของดิสนีย์ที่เรารอมาเกือบหนึ่งปีสี่เดือน … ดีใจมากที่ได้มาสัมผัสสักครั้งในชีวิต