Strolling in Bruges …

Bruges (บรูซ) เป็นเมืองปาท่องโก๋กับ Ghent ด้วยระยะทางที่ใกล้กันจึงมักถูกจับให้เที่ยวเป็นแพ็คคู่และหลังจากท่อง Ghent เสร็จ เราก็ขับรถมายัง Bruges ใช้เวลา 35 นาทีเท่านั้นค่ะ
Bruges อยู่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม คนในฝั่งนี้พูดภาษาดัชต์ต่างจากทางใต้ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส  ในอดีต Bruges เป็นเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ เป็นเมืองค้าขายที่ร่ำรวยอันดับต้นๆของยุโรป จำนวนประชากรเคยหนาแน่นมากกว่าลอนดอนเสียอีก

แต่เมื่อปากแม่น้ำตื้นเขิน เรือล่องเข้ามาทำการค้าขายไม่ได้ Bruges จึงซบเซาไปถึง 400 ปี จนกระทั้งวันดีคืนดี มีงานเขียนที่โด่งดังเรื่อง Bruges La Morte (Bruges the Dead) ผู้คนจึงกลับมาสนใจ Bruges อีกครั้ง ประกอบกับ Bruges รอดพ้นจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 สภาพเมืองเก่าในยุคกลางจึงก็ยังคงสภาพดีอยู่ จึงทำให้ Bruges มีฐานะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นของเบลเยี่ยมจนถึงทุกวันนี้

Markt

ความยิ่งใหญ่ของเมืองในยุโรปสะท้อนให้เห็นจากขนาดและความสวยงามของจตุรัสกลางเมือง หรือ Markt ซึ่งลานกว้างของ Bruges นี้กว้างใหญ่จริงๆค่ะ รอบๆเต็มไปด้วยอาคารสวยงามที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นร้านอาหารและคาเฟ่น่านั่งตามกาลเวลา
กิจกรรมกลางลานยังมีรถม้าชมเมืองและในวันนี้ลานเสก็ตน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับตลาดคริสตมาสเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง
นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นของผู้นำคนสำคัญของเมือง Pieter De Coninck และ Jan Breydel เช่นเดียวกับ Belfry หอระฆังสูง 83 เมตรเป็นจุดตรึงสายตา
ใครอยากชมวิวมุมสูงของเมืองก็ปีบันได 360 ขั้นขึ้นไปชมได้ หรือถ้าใคร อยากรู้จักประวัติของ Bruges ก็เข้าชมพิพิธภัณฑ์ Historium ได้เช่นกันค่ะ
ตลาดคริสตมาสใจกลาง Markt

Burg

ถัดจากจตุรัสใหญ่ Bruges ยังมีอีกจตุรัสน่าชม “Burg” ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการบริหารงานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
Bruges Vrije ตึกเก่าที่โดดเด่นด้วยศิลปะบาโร็ค เคยเป็นที่ทำการของเมืองซึ่งตอนนี้เปิดให้เราเข้าไปชมด้านในได้
Stadhuis ศาลาว่าการของเมืองที่ชาวเบลเยี่ยมยกย่องว่าสวยงามและเป็นรองแค่เพียงศาลาว่าการของเมือง Leuven เท่านั้น
Heilig-Bloedbasiliek โบสถ์ประจำจตุรัส

Canal Area

จาก Burg จะมีทางเดินลอดใต้ Brugse Vrije ไปยังอีกย่านสวยของ Bruges ซึ่งก็คือ Canal Area หรือ บริเวณบ้านเรือนที่แนบไปกับลำคลอง
หลังจากเดินลอดไปแล้วด้านหน้าจะเป็นตลาดปลาที่เปิดขายเฉพาะตอนเช้า ขวามือก็คือวิวของ Bruges ที่ทุกคนต้องหยุดมอง
 
ลำคลองสายเอื่อยกับบ้านเรือนและร้านอาหารริมน้ำเป็นภาพชีวิตที่ชิลมากจนทำให้หลายคู่กลับมาโรแมนติกจูงมือกันอย่างที่เห็นในภาพนี้
น่าเสียดายที่เราไปถึง Bruges กันตอนเย็น วันรุ่งขึ้นฝนตกหนักทั้งวัน เราเลยไม่ได้แวะไปชม 2 พิพิธภัณฑ์ดัง ของเมือง Groeningemuseum กับศิลปะของ Flemish Primitive ผลงานชิ้นสำคัญของ Jan Van Eyck’s “Madonna with Canon George Van der Paele” และ Museum St.Janshopspitaal โรงพยาบาลเก่า ในศตวรรษที่ 12 ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ และภาพวาด anatomy ของมนุษย์

Chocolate in Bruges

ร้านช้อกโกแล็ตใน Bruges หลายร้านเป็นโฮมเมดขนาดเล็ก ไม่ใช่ร้านใหญ่และมีชื่อเสียงเหมือน Brussels เช่น Chocolate Line (www.thechocolateline.be/en/) เป็นหนึ่งร้านที่ดังมาก หรือจะเป็น Chocolate & Happiness (www.chocolatesnhappiness.com) ที่มีช้อกโกแล็ตสายฮา เห็นแล้วสะดุดตา เช่นช้อกโกแล็ตรูปชุดชั้นใน  ดินสอสีและอีกหลายชิ้น
 
แต่ร้านที่เราเจอเข้าโดยบังเอิญและยังหลงใหลรสชาติจนถึงทุกวันนี้ก็คือ Chocolat de Julie จากการพูดคุยกับ Julie ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน เธอเล่าว่า สูตรช้อกโกแล็ตเป็นของบ้านเธอเอง เธอเป็นเจเนเรชั่นที่ 3 แล้ว ชิ้นอร่อยก็คือกล่องที่เราซื้อนะแหล่ะ เป็นช้อกโกแล็ตกลมแผ่นบางที่จับโค้งคล้ายหลังคา เนื้อช้อกโกแล็ตมี ถั่วผสมรสชาติหวานและมันส์มากๆค่ะ … เราซื้อมาลองชิมอย่างละ 1 กล่อง และตั้งใจกลับไปซื้อเพิ่มเป็นของ ฝากในวันรุ่งขึ้น แต่เพราะฝนตกหนักตั้งแต่ตีสี่ เราจึงพลาดไม่ได้กลับไป Chocolate Julia อีกครั้ง TT (https://www.facebook.com/chocolatdejulie/)

Hotel Dukes’ Palace

แม้จะเป็นคนกลัวผีแต่คราวนี้ขอใจกล้าพักในปราสาทเก่าแก่สักคืนค่ะ … Hotel Dukes’ Palace เคยเป็นปราสาทที่พักของขุนนางคนสำคัญในยุคกลาง มีอายุหลายร้อยขวบปี ตอนนี้เปลี่ยนเป็นโรงแรมสวยภายในการดูแลของกลุ่ม Swan Hotel ภายในโรงแรมตกแต่งสวยงาม ผสมผสาน ระหว่างความเก่าที่หรูหราและความใหม่ที่ทันสมัย
ห้องพักแบบ Superior Room ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม ตัดกับวอลเปเปอร์สีแดง เตียงคิงส์ไซส์ เก้าอี้นั่งเล่น โต๊ะทำงานในขนาด 33 ตรม. จึงอยู่อย่างสบายไม่อึดอัดค่ะ
ห้องโถงที่หรูหราอลังการ
บาร์เท่เต็มไปด้วยไวน์ชั้นเลิศ
ห้องอาหารหรูหรา
อาหารเช้าจัดในห้องรับรองสีเหลืองครีมสบายตา อาหารจัดแยกตามหมวดหมู่ ของร้อน เช่นไข่ดาว ไข่ต้ม ไส้กรอก แฮม ของเย็น เช่นสลัด และชีส ยังมีเคาน์เตอร์ขนมปัง เบเกอร์รี่ และซุ้มผลไม้ ซึ่งมีขนมหวาน และช้อกโกแล็ตก้อนให้ขูดทานเอง กับ Sparkling Wine สดชื่นตั้งแต่เช้าค่ะ
บทสรุปของ Hotel Dukes’ Palace เราให้คะแนน 4/5 เลยค่ะ ชอบการตกแต่งมาก โลเคชั่นก็สะดวกสบาย เดินเพียง 5 นาทีถึงจตุรัสกลางเมือง เสียอย่างเดียวคือที่จอดรถของโรงแรมหายากนิดนึงค่ะ และถึงแม้จะเป็น แขกของโรงแรม แต่ก็ต้องเสียค่าที่จอดวันละ 25 ยูโรค่ะ (Prinsenhof 8 8000 Bruges, คืนละ 180-200 ยูโร รวมอาหารเช้า www.hoteldukespalace.com)