Train Experience in Sri Lanka – Nine Arch Bridge

ศรีลังกาถูกจัดอันดับว่ามีเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และภาพของเหล่าบล็อกเกอร์บนขบวนรถไฟ ที่วิ่งผ่านเนินเขาและป่าเขียวขจี ก็เชิญชวนให้เราอยากสัมผัสกับประสบการณ์นั้นบ้าง เลยขอให้บริษัททัวร์ช่วยจัดทริปรถไฟสั้นๆบนเส้นทางสวยๆสักหนึ่งเส้น และก็มาลงตัวที่เส้นทางจากนูวารา เอลิย่า (Nuwara Eliya) ไปสิ้นสุดยังเอล่า (Ella) ด้วยระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชั่วโมงค่ะ

เราขึ้นรถไฟที่สถานี Nanu Oya ซึ่งอยู่ใกล้เมืองนูวารา เอลิย่า กันตอน 12.45 นาที ปกติรถไฟที่ศรีลังกาจะดีเลย์ แต่วันนี้กลับมาตรงเวลา รถไฟที่ศรีลังกาจะมี 3 ชั้น ชั้นที่หนึ่งเป็นห้องแอร์ แต่นักท่องเที่ยวไม่นิยม เพราะกระจกปิด อดถ่ายรูปสวยๆกับวิวสองข้างทาง ส่วนชั้นที่ 2 และ 3 นั้น เป็นพัดลม ชั้นที่ 2 ถูกจองเต็มขบวนด้วยคนศรีลังกาซึ่งเชื่อว่าเป็นการจองล่วงหน้า ชั้นที่ 3 เลยกลายเป็นขบวนของนักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย ทั้งขบวนไม่มีชาวศรีลังกาเลย มีแต่ฝรั่งหัวทอง กับชาวเอเชียสองคนซึ่งก็คือเรา ที่ได้นั้นข้างๆสาวสเปน และครอบครัวชาวเดนมาร์กที่มาพร้อมกับลูกๆอีก 3 คน

จากสถานี Nanu Oya รถไฟจะไต่ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ จนถึงความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับทะเล ทิวทัศน์ระหว่างทางช่วงแรกก็จะเป็นไร่ชาขั้นบันได ต่อด้วยเนินเขาสีเขียว เราได้เห็นน้ำตกใหญ่กลางป่า เพราะพนักงานรถไฟ จะคอยเดินมาบอกในขบวนว่าจะมีไฮไลท์อะไรให้ชม สุดท้ายแล้วก็จะเป็นดงป่าสน และเมื่อฝนลงเม็ด ภาพที่เห็นก็จะกลายเป็นม่านหมอก สวยงามและดูลึกลับ

วิวไร่ชาขั้นบันได

น้ำตกใหญ่กลางป่า

วิวป่าสนและหมอกหนา

ในขณะที่ลุงนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด บ่นอุบกับสัญญานมือถือที่ติดบ้างหลุดบ้าง เราก็สนุกสนานกับการชมวิว และพูดคุยกับครอบครัวชาวเดนมาร์ก เมื่อท้องหิว ก็หยิบกล่อง snack box ที่ให้โรงแรมเตรียมไว้มากิน นมกล้วยกล่องเล็ก เราส่งให้เด็กๆลอง คุณแม่ลูกสามบอกว่า ไม่เคยชิมนมกล้วย เราเลยให้ไปสองกล่อง

ขบวนรถไฟชั้น 3 จะมีพัดลมติดอยู่ตรงกลางเพดาน ซึ่งก็ช่วยผ่อนคลายความร้อนได้บ้างโดยเฉพาะในช่วงแรกที่อากาศจะอบอ้าวหน่อย แต่เมื่อรถไฟไต่ขึ้นที่สูง ความเย็นก็เริ่มแทรกซึมเข้ามา ยิ่งฝนตกปรอยๆ ยิ่งทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง จนเริ่มหนาว ถึงขั้นต้องหยิบเสื้อคลุมออกมาใส่กันเลยทีเดียว

เมื่อรถไฟจอดที่สถานี Ella ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของนักท่องเที่ยวในขบวนนี้ คนจึงลงเกือบทั้งขบวน เหลือแต่เราสองคนเท่านั้น นักท่องเที่ยวมา Ella เพื่อมาชมทิวทัศน์ที่สวยงาม นักปีนเขาก็ชอบมาไต่เขา hiking ขึ้นไปชม Adam’s Peak ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง แต่เราไม่ได้แวะเมืองนี้ เพราะเวลาไม่พอ เลยได้แต่เก็บภาพของเนินเขาสวยๆของ Ella มาฝากกัน เผื่อใครถูกใจ ก็แวะพักที่นี่สักคืน

ทันทีที่ขบวนรถไฟว่าง เราก็ย้ายไปนั่งฝั่งซ้ายของขบวนตามที่ไกด์บอก เพราะอีกไม่กี่นาทีจากนี้ ขบวนรถไฟจะวิ่งผ่านสะพานหินที่โด่งดังของศรีลังกา นั่นก็คือ Nine Arch Bridge

ในวันเสาร์อาทิตย์ ขบวนรถไฟจะหยุดให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูป แต่เรามาในวันธรรมดา รถไฟเลยแค่ชะลอความเร็ว ให้เก็บภาพสวยๆ แต่บอกตรงๆว่า ถ่ายภาพให้ทันยากมาก เพราะระยะเวลาที่วิ่งผ่านเพียงไม่กี่วินาที แค่ยกกล้องก็ผ่านมาครึ่งสะพานแล้ว

สถานีปลายทางของเราคือสถานี Demodara เป็นสถานีลำดับที่ 76th อยู่ถัดจากสถานี Ella หนึ่งสถานีเท่านั้น เมื่อเราก้าวขาลงสถานี ไกด์ก็รีบพาเราเดินจ้ำอ้าวมาที่เนินเขาใกล้ๆ ชี้ชวนให้เราดูรถไฟขบวนที่เราเพิ่งลงมา ซึ่งกำลังจะวนรอบเขา และขับออกมาให้เราได้ชม เรียกว่าเป็น Loop Train แห่งแรกๆของโลกเลยค่ะ

จากสถานี Demodara เรายังไม่หนำใจกับ Nine Arch Bridge ไกด์เลยพาเราขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก ขับผ่านหมู่บ้าน สัก 15 นาที บุกไปถึงจุดถ่ายรูปของ Nine Arch Bridge ไฮไลท์ของทริปรถไฟ 3 ชั่วโมงในครั้งนี้

Nine Arch Bridge สร้างขึ้นเมื่อปี 1921 หรือเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว โดยสถาปนิกชาวอังกฤษ มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมภูเขาสองลูกเข้าด้วยกัน และด้วยความสูงกว่า 100 ฟุตจากพื้น ทำให้สะพานนี้มีอีกชื่อว่า “Bridge in the Sky” ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในบริเวณ Ella และยิ่งหนังสือ Harry Potter โด่งดังเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้สะพานนี้ดังมากขึ้น เพราะมีความละม้ายคล้ายคลึงกับสะพานในหนังสือเล่มนี้ และนี่ก็ถือว่าเป็นการจบทริปรถไฟ Train Experience ของเราในศรีลังกาอย่างสวยงามค่ะ