หังโจวมีอะไรจะโชว์บ้าง – ที่เที่ยวหังโจว

ถึงแม้จะอยู่หังโจวหนึ่งอาทิตย์ แต่ทริปนี้กลับเที่ยวไม่ครบค่ะ ส่วนหนึ่งเพราะขาดการวางแผนที่ดีบวกกับสภาพอากาศ ไม่เอื้ออำนวย ฝนพร่ำ หมอกทึบ ทำให้บล็อกนี้จึงยังไม่ครบสมบูรณ์ แต่ก็พอกล้อมแกล้มเอาไปใช้เป็นไกด์ได้ เผื่อใครจะไปหังโจวก่อนที่ภาคต่อจะมาใหม่ในอนาคต (หวังว่านะคะ)

ทะเลสาบซีหู (Xihu หรือ West Lake)

ทะเลสาบซีหูเป็นทะเลสาบที่มีขนาดกว้างใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหังโจว เป็นหัวใจของเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ และเมืองใหญ่ และด้วยความงดงามดังภาพวาด ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกเมื่อปี 2511

จุดหมายแรกของทะเลสาบซีหู ฉันมายืนอยู่หน้า Starbucks สาขาที่ได้ชื่อว่ามีวิวงดงามที่สุด ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน Xihu Tiandi ที่มีความละม้ายคล้ายกับ Xin Tiandi ที่เซี่ยงไฮ้

อาคารสร้างด้วยหิน บางแห่งคล้ายบ้านจีน ดูใหม่แต่ก็ให้อารมณ์เก่าๆ ร้านอาหาร คาเฟ่ และช้อปปิ้งเปิดให้บริการที่ชั้นล่างของอาคารเหล่านี้ ระหว่างเดินเล่นยังมีงานศิลปะให้ชมตามจุดต่างๆ

ถ้าจะพูด ไปก็เหมือนเป็นเมืองจำลองที่มีความบันเทิงครบครัน ถ้าใครมีเวลาน้อยก็แนะนำให้มาเที่ยวที่ Xihu Tiandi ค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาหารพร้อม ห้องน้ำสะอาด ครอบครัว เด็กเล็ก และสูงวัยชอบใจแน่นอน

บรรยากาศใน Xihu Tiandi

และถ้ายังไม่เหนื่อยจากการสำรวจ Xihu Tiandi ก็เดินออกไปรอบๆได้ จะได้เห็นกับรูปปั้นของ Zhang Shun ฮีโร่ใน นวนิยายจีน

ใกล้ๆกันก็ยังมีรูปปั้นของ Golden Buffalo โผล่ขึ้นมาจากน้ำ สัตว์ในนิทานปรัมปราที่เชื่อกันว่าอาศัยอยู่ใต้ทะเลสาบซีหู และในยามที่น้ำลด เจ้าควายสีทองตัวนี้ก็จะโผล่ขึ้นมาพ่นน้ำใหม่ให้ทะเลสาบกลับมาเต็มเปี่ยมสมบรูณ์ดังเดิม

ความสุขราย  Xihu Tiandi 

จุดหมายที่สอง ฉันมาในวันก่อนกลับเพราะอยากจะเห็นทะเลสาบซีหูในมุมต่างๆ บ่ายวันนี้เลยเรียกรถแท็กซี่ผ่าน DiDi App มาลงที่เจดีย์ 5 ชั้น Leifeng Pagoda หรืออีกชื่อคือหอนางพญางูขาวที่ดึงดูดผู้คนนับร้อย และแล้วฉันก็พ่ายแพ้แก่คิวซื้อตั๋วเข้าชมเจดีย์ จึงตัดสินใจเดินไปอีกทางเพื่อชมทะเลสาบในมุมอื่นแทน

ฉันเดินลัดเลาะริมทะเลสาบไปทาง Su Causeway แล้วก็เจอกับดงดอกบัวแข่งกันชูช่อในทะเลสาบ Little West Lake ที่เชื่อมกับทะเลสาบซีหู

ด้านหลังของดงดอกบัวมีเรือแจวลำน้อยที่ล่องลอยอยู่บนทะเลสาบสีเขียว สายหมอกจางๆที่พาดอยู่ตามแนวเขาด้านหลังสุด ทำให้ฉันตะลึงอยู่พักใหญ่ ยืนยิ้มและชื่นชมกับสิ่งที่เห็นซึ่งสวยดังภาพวาด ก่อนจะตรงเข้าไปเก็บภาพอย่างรัวๆ

ก่อนกลับ ฉันเดินเลาะกลับมาทางเดิม ตั้งใจว่าจะเรียกแท็กซี่กลับโรงแรมเลย แต่ก็เจอเข้ากับร้านขายของที่ระลึก West Lake Gift ซึ่งมีร้านน้ำชาอยู่ด้วย … ใจนึงก็กระหายน้ำและอีกใจหนึ่งก็อยากชิมใบชาชื่อดังของเมือง เลยถามพนักงานไปว่าจะขอชิมชาได้ไหม? พนักงานคนนี้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอบกลับมาว่าได้ แก้วละ 15 หยวนเท่านั้นสำหรับใบชาหลงจิ่งที่แพงที่สุดของร้าน …

กลิ่นใบชาของแก้วนี้หอมกรุ่นมากค่ะ กลิ่นคล้ายกับชาเขียว แต่รสชาติไม่เข้มและไม่ขมจนเกินไป ชอบค่ะ

การสำรวจทะเลสาบซีหูของทริปนี้ จบลงที่สองจุดหมายเท่านั้นค่ะ

จริงๆทะเลสาบแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่ไม่ได้ไป คราวหน้าถ้าได้มาอีกจะพยายามเก็บให้ครบ แต่ถ้าใครกำลังจะมาแล้ว แนะนำให้ใช้บริการเรือล่องทะเลสาบ ในราคา 55 หยวนต่อคน (จุดจอดเรือมีอยู่ หลายจุดรอบๆทะเลสาบ และขึ้นลงได้หลายจุด)

หรือรถรับส่งที่วิ่งรอบทะเลสาบในราคา 10 หยวน แต่ใครที่ตั้งใจจะสำรวจด้วยสองเท้าก็ทำได้ค่ะ เพียงแค่ต้องมั่นใจว่าแข้งขาแข็งแกร่งพอ เพราะพื้นที่รอบทะเลสาบนั้นกว้างใหญ่กว่าแผนที่ที่เห็นเหลือเกิน

ป.ล. ร้านอาหารรอบทะเลสาบมีหลายร้าน street food ก็มี ห้องน้ำสะอาด ป้ายต่างๆ มีภาษาอังกฤษ แต่คนจีนส่วนใหญ่ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะ

 

วัดหลิ่งหยิน และภูเขาเฟยไหล (Lingyin Temple & Fei Lai Feng)

วัดหลิ่งหยินและภูเขาเฟยไหล เป็นสองแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กัน จนกลายเป็นบริเวณเดียวกันไปโดยปริยาย

ก่อนเข้าชมเราต้องซื้อตั๋วใบแรกเสียก่อน … ตั๋วใบนี้สำหรับ Lingyin Felai Peak Scenic Area ราคา 45 หยวน รวมค่าเข้า Yongfo Temple, Taoguang Temple และ Stone Statues at Fei Lai Park เท่านั้นค่ะ

หลังจากเดินผ่านจุดตรวจตั๋ว จะมีป้ายภาษาอังกฤษบอกทาง และข้อมูลอธิบายประวัติและเรื่องราวกำกับอยู่เป็นระยะๆ

จุดหมายแรกเป็น Tiger Caves ที่มีรูปแกะสลักของพระพุทธรูปในศาสนาพุทธมากมาย แต่ด้วยความที่เป็นคนกลัวถ้ำ เลยไม่กล้าเข้าไปสำรวจด้านในค่ะ ด่อมๆมองๆอยู่แต่ด้านนอกและก็เดินกลับออกไป … แต่สิ่งที่ถูกใจกลับเป็นทางเดินไปยัง Tiger Caves ที่เต็มไปด้วยใบไม้และต้นไม้เขียวขจี หลังฝนตกยิ่งดูฉุ่มช่ำมากขึ้นสวยงามขึ้นเป็นกอง

จุดหมายที่สองเป็นสต็อปยอดนิยม Fei Lai Feng หรือเนินเขาหินที่มีความสูง 168 เมตร เนินเขาลูกนี้ถูกแกะสลักเป็น พระพุทธรูปกว่า 345 องค์ มีความหมายว่าภูเขาบินได้ (Fei Lai = Flying และFeng = Mountain) และพระพุทธรูป ป๊อปปูล่าที่สุดก็คือ Laughing Buddha แกะสลักตั้งแต่ราชวงศ์ซ้ง กว้าง 9.9เมตร สูง 3.3 เมตร เป็นพระพุทธรูปแกะ สลักใหญ่ที่สุดของ Fei Lai Feng และมีรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์เสมือนจริงมากที่สุดด้วยค่ะ

จุดหมายสุดท้ายเป็นวัดหลิ่งหยิน ซึ่งก่อตั้งโดยพระชาวอินเดีย Master Hui Li และเป็นวัดศาสนาพุทธเก่าแก่ที่สุด แห่งหนึ่งของประเทศจีน ก่อนเข้าวัดหลิ่งหยิน เราต้องซื้อตั๋วใบที่สอง ราคา 35 หยวน และภายในวัดมีอุโบสถ์อยู่ 4-5 แห่ง

อุโบสถ์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานของพระศักยะมุณีที่สร้างขึ้นในราชวงศ์ชิงค่ะ แต่น่าเสียดายที่ฉันสำรวจวัดหลิ่งหยินได้ ไม่ครบ เดินๆไปฝนก็เริ่มลงเม็ด จึงรีบจ้ำอ้าวออกมาเรียกแท็กซี่ที่จุดจอดแท็กซี่กลับโรงแรม … มาเที่ยวหังโจวต้องเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ ฝนตกแทบทุกฤดูเลย (ค่าแท็กซี่เข้าเมืองประมาณ 20-30 หยวน)

 

ถนนคนเดินเหอฟางเจี่ย (Hefang Street)

ถนนสายยาวเส้นนี้ถูกปิดเป็นถนนคนเดิน สองข้างทางก่อสร้างคล้ายบ้านเมืองเก่า ยุคสมัยที่ยังมีจอมยุทธทั้งหลาย วันนี้ไม่มีจอมยุทธแล้ว มีแต่นักท่องเที่ยวเต็มถนน และร้านรวงต่างๆเปิดขายของกันตามชั้นล่างของบ้าน เป็นร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ถนนคนเดินเหอฟางเจี่ยจึงเป็นอีกหมุดหมายของท่องเที่ยวโดยเฉพาะขาช้อปที่กำลังมองหาของฝาก และจุดถ่ายรูปสวยๆไปเป็นที่ระลึก

ทางเข้าของถนนคนเดินมี Laughing Buddha สีทององค์ใหญ่ ยิ้มแป้นอย่างอารมณ์ดี ต้อนรับและให้โชคกับนักท่องเที่ยวทุกคน

หนึ่งในร้านดังเห็นจะเป็น Tong’s Tea & Sugar ขายขนมเค้กสอดไส้ที่ลูกค้าสั่งแพ็คกลับเต็มร้าน ฉันลองชิมแล้วแต่ไม่ ค่อยถูกใจรสชาติเลยไม่ได้ซื้อกลับมาฝากที่บ้านค่ะ

จุดถ่ายรูปกับเกี้ยวจีน ใส่ชุดฮ่องเต้ ซูซีไทเฮาสนุกๆกันไป

งานศิลปะถ้วยไม้ไผ่แกะสลักก็มีขายระหว่างทาง

กิจกรรมวาดภาพเหมือนก็มีค่ะ …  

เดินๆไปก็สนุกดีค่ะ สินค้าน่าดูแต่ซื้อมาไม่ได้ใช้ก็ขอแค่ชมผ่านตาพอ

 

ย่านช้อปปิ้ง (Yan’an, Jiefang และ Hubin Road)

ใครที่ชอบสินค้าแบรนด์เนม คาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารดังๆ แบรนด์เป็นที่รู้จัก ต้องมาที่นี่เลยค่ะ Yan’an ถนนเส้นใหญ่ที่สองข้างเต็มไปด้วยศูนย์การค้ามากมาย นอกจากนั้นถนนี้ยังอยู่ใกล้กับ Hubin Road ถนนช้อปปิ้งสวยเลียบทะเลสาบซีหู และ Jiefang อีกด้วย

แบรนด์ช้อปปิ้งในย่านนี้คุ้นหน้าคุ้นตามากมาย ทั้ง Sephora, Victoria Secret, Hamley’s ร้านของเล่นจากอังกฤษ หรือแบรนด์ Luxury ก็มีค่ะ บอกเลยว่า ย่านนี้ใหญ่มาก มีหลายศูนย์ใหญ่หลายแหล่ง ตรอกซอกซอยก็มีเยอะ ถ้าจะเดินทุกซอกทุกมุมจริงๆ น่าจะใช้เวลากว่าครึ่งวันกันเลย

 

เมืองใหม่ Qianjiang New City

ถัดจากใจกลางเมืองมาทางทิศใต้ ก็จะเป็นที่ตั้งของเมืองใหม่ริมแม่น้ำใหญ่ พื้นที่แห่งนี้ถูกวางให้เป็นย่านธุรกิจ หรือ CBD ของหังโจว ปัจจุบันมีตึกสูงรูปทรงสวยแปลกอยู่หลายตึก กลายเป็นอีกแลนด์มาร์คของเมืองที่ให้คนมาดูความเจริญของหังโจวที่เทียบได้กับปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้

จุดชมวิวที่แนะนำก็คือ City Balcony หรือเฉลียงของเมือง ตั้งอยู่ตรงกลางของย่าน ดีไซน์ให้เป็นสวนสาธารณะ มีต้นไม้เขียวและที่นั่งตามขั้นบันไดไม้

ถ้าเดินขึ้นมาถึงชั้นบนก็จะเจอกับเฉลียงใหญ่ เห็นทั้งแม่น้ำ และความยิ่งใหญ่ของเมืองใหม่ Qianjing New City … มุมนี้วิวดี ลมเย็นสบายมากๆค่ะ ถูกใจและชอบใจมาก ถ้าได้กลับมาอีก จะมาจ๊อกกิ้งแถวนี้ดูสักรอบ

Intercontinental Hangzhou ลูกบอลสีทอง ไฮไลท์ของย่าน ห้องพักทุกห้องเปิดรับ วิว 360 องศา ในราคาไม่สูงด้วยประมาณ 4-5 พันบาทต่อคืนเท่านั้นสำหรับโรงแรม 5 ดาว

Hangzhou Grand Theatre ออกแบบโดยสถาปนิคชาวแคนาดา เป็น Opera House และลานวัฒนธรรมของเมือง และ Raffles City ตึกคู่ที่มีเอวคอดเป็นเอกลักษณ์ ตึกนี้น่าเข้าไปชมมากค่ะ

และ Outlet ที่ชั้นใต้ดินตรงกลางของย่าน มีแบรนด์อินเตอร์ดังๆหลากหลาย แบรนด์ของจีนและฮ่องกงก็มี

การเดินทางมาย่านนี้จะนั่งรถไฟฟ้าก็ได้ หรือจะมาแท็กซี่ที่ Intercontinental Hangzhou ก็สะดวกดีค่ะ ราคาประมาณ 20-40 หยวนจากใจกลางเมือง

– – – – – – – – 

จบแล้วค่ะ บล็อกเที่ยวหังโจวมีอะไรจะโชว์บ้าง อย่างที่บอกไปตั้งแต่เปิดเรื่องว่า บล็อกนี้จบแต่ยังไม่ครบสมบูรณ์

หังโจวยังมีอีกหลายที่เที่ยวที่อยากไป ไม่ว่าจะเป็นไร่ชาหลงจิ่งWetland หรือล่องแม่น้ำใหญ่ถ้าได้กลับไปใหม่จะไป

เก็บข้อมูลมาฝากกัน และ หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกในไม้ช้านะหังโจว ^^